Gallery รายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ เรื่องเล่าของชาวทั่วโลก ติดต่อเรา เคล็ดลับการเดินทาง โปรแกรมทัวร์ สุดคุ้ม เช็คราคาที่พักราคาประหยัด และโรงแรมมีระดับราคาพิเศษ ตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษ ทั่วโลก ข้อมูลท่องเที่ยวทั่วโลก




สวิสเซอร์แลนด์ 7 คืน 6 วัน สวรรค์แค่เอื้อม


ตอนที่ [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ] [ 5 ] [ 6 ] [ 7 ]
[ Tips ]

ตอนที่ 7 - สุดท้ายที่ Zurich

สถาปัตยกรรมของสถานีรถไฟ Luzernระยะเวลาในการเดินทางจาก Luzern มาที่ Zurich ประมาณ 1 ชั่วโมงแต่นับว่าเป็นชั่วโมงที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน โดยเฉพาะเมื่อผมคิดได้ว่า Zurich จะเป็นเมืองสุดท้ายในการเยือนสวิสฯ ของผม ทำไมเวลาช่างเดินเร็วนัก นึกแล้วอยากตัดพ้อต่อว่า แต่ไม่รู้ว่าจะไปต่อว่ากับใคร แล้วผมก็นึกถึงคำพูดของเพื่อนผมคนหนึ่งขึ้นมา เขาบอกผมว่าประเทศสวิสฯ เป็นประเทศที่เวลาเดินช้ากว่าที่อื่น แต่สิ่งที่เขาพูดมันช่างขัดกับความรู้สึกของผมตอนนี้เสียจริง ผมมองออกไปด้านนอกรถไฟ ภาพของบ้านไม้ที่สงบนิ่งอยู่ใต้ปุยหิมะสีขาวทุกอย่างดูนิ่งไม่ไหวติง ผมหยุดความคิดฟุ้งซ่านในใจและวกคิดถึงคำพูดของเพื่อนอีกครั้ง ความรู้สึกบางอย่างบอกผมว่า คำพูดของเพื่อนผมมันเป็นความจริง ตัวผมต่างหากที่เร่งรัดไปกับจังหวะของเวลา แต่ที่นี่ เวลาค่อยๆ เลื่อนไหลไปอย่างละเมียดละไม ช้าๆ และแผ่วเบา

รถไฟจอดเทียบที่ Zurich เป็นสถานีสุดท้าย ผมลากกระเป๋าใบเขื่องลงจากรถไฟและตรงดิ่งไปติดต่อ Tourist Information Office ที่ตั้งอยู่ในสถานี เพื่อจัดการเรื่องที่พัก พนักงานที่นี่ไม่ต่างจากเมืองอื่นๆ คือมีความเป็นกันเอง และความตั้งใจที่จะช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอย่างจริงใจ เมื่อเลือกที่พักจนเป็นที่พอใจแล้ว ผมก็ถือโอกาสขอแผนที่ และใบปลิวที่น่าสนใจปึกใหญ่กลับมาเป็นข้อมูลดิบเพื่อทำความรู้จักกับเมืองนี้

ความประทับใจแรกเมื่อก้าวขาออกมาจากสถานีรถไฟก็คือ เมือง Zurich ช่างดูเป็นเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คน และตึกราบ้านช่อง เป็นเมืองที่คล้ายๆ กับ Luzern เพราะมีแม่น้ำ Limmat ไหลผ่านกลางเมือง และตัวเมืองก็ตั้งอยู่ติดกับทะเลสาบ Zurich แต่ต่างกันที่เมืองนี้เติบโตกว่าเจริญกว่าในแง่ของวัตถุ และผู้คนที่นี่ดูมีชีวิตที่วุ่นวายกว่า มีความเป็นเมืองมากกว่า กระนั้นก็ตามทุกอย่างที่นี่ก็ไม่ได้ดูเร่งรีบจนเกินไป แต่กลับยังคงกลิ่นไอเสน่ห์ของความเป็นสวิสฯ ในอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งชักชวนให้ค้นหาและน่าติดตาม

สถานีรถไฟและเมืองเก่ารวมทั้งสถานที่ชอปปิ้งตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของเมือง ในขณะที่ฝั่งตะวันออกจะเรียงรายไปด้วยอาคารและสถานที่บันเทิง รวมทั้งโรงแรมมากมายตั้งเบียดเสียดกันอยู่อย่างอบอุ่น ที่พักของผมอยู่บนฝั่งตะวันออกเป็นโรงแรมเล็กๆ ที่อยู่บนร้านอาหารและผับด้านล่าง ตึกที่นี่คล้ายๆ ตึกแถวบ้านเราคือสร้างขึ้นไปเป็นอาคารสูงและสร้างติดๆ กันเป็นบล็อกๆ มีทางเดินเล็กๆ ระหว่างกลางเป็นเหมือนถนน ดูน่ารักดี

การเดินเลียบแม่น้ำ Limmat ตอนค่ำถือเป็นสิ่งที่คุณต้องทำเมื่อมาที่นี่ ความโรแมนติกของทิวทัศน์ริมแม่น้ำ จะทำให้คุณเคลิบเคลิ้มหลงใหลไปกับบรรยากาศ เสียงน้ำไหลเป็นเหมือนเสียงดนตรี ที่มีท่วงทำนองอันเป็นธรรมชาติขับกล่อมอย่างแผ่วเบา สายลมเย็นพัดผ่านเป็นเครื่องเตือนใจให้ผมไม่ตกอยู่ในภวังค์ หากคุณเดินเลียบแม่น้ำฝั่งตะวันตกโดยมุ่งหน้าไปยังทะเลสาบ ระหว่างทางคุณจะผ่านสถานที่ที่น่าสนใจสองแห่งคือ โบสถ์ St. Peter's ที่โบสถ์นี้มีนาฬิกาที่มีหน้าปัดที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาวถึง 8.7 เมตร เท่ากับตัวผมต่อกันประมาณ 6-7 ครั้งเห็นจะได้ ใกล้ๆ กันนั้นเป็นที่ตั้งของโบสถ์ Fraumunster ที่มีศิลปะกระจกที่สวยงามมาก และหากคุณมาที่นี่ช่วงเวลาครบโมงยามพอดีเสียงระฆังจากโบสถ์ทั้งสอง รวมทั้งจากโบสถ์ที่ตั้งอยู่อีกฝั่งในระนาบเดียวกัน จะก้องกังวานพร้อมกันเป็นเสียงที่ฟังแล้วไพเราะและศักดิ์สิทธิ์ผสมอยู่ด้วยกันอย่างลงตัว

เช้าวันสุดท้ายใน Zurich เป็นเช้าของวันอาทิตย์ การเดินชมเมืองของผมในวันนี้จึงไม่ต่างอะไรกับการไปเที่ยวเมืองร้าง ที่มองไปทางไหนแทบไม่พบเห็นผู้คน ร้านค้าต่างๆ ก็พากันปิดทำการ Zurich วันนี้ต่างกับเมื่อวานจากหน้ามือเป็นหลังมือ ผมเดินเที่ยวไปบนถนน Bahnhofstrasse ซึ่งเป็นถนนชอปปิ้งของที่นี่ มีร้านค้าขายสินค้ามียี่ห้อตั้งอยู่ตลอดสองข้างทาง ทุกร้านตกแต่งหน้าร้านกันอย่างสวยงาม ดึงดูดให้ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต้องหยุดแวะชม และบางรายก็อดใจไม่ได้ที่จะต้องควักเงินในกระเป๋าออกมาซื้อของ ร้านขายของที่เห็นบ่อยที่สุดคือร้านนาฬิกา มีอยู่แทบทุกหัวมุมถนน สมกับที่สวิสฯ ขึ้นชื่อเป็นอันดับหนึ่งของโลกเรื่องนาฬิกา มาที่นี่ไม่ผิดหวังจริงๆ

หลังจากที่สงสัยอยู่นานว่าผู้คนหายไปไหนกันหมด ผมก็ได้พบคำตอบเมื่อเดินเข้ามาในสถานีรถไฟ เพราะขณะที่ร้านค้าทั่วไปในสวิสฯ จะปิดทำการในวันอาทิตย์ แต่ร้านขายของที่อยู่ชั้นล่างของสถานีรถไฟเปิดให้บริการตลอดทั้งสัปดาห์ ผู้คนเลยมาจับจ่ายซื้อของที่นี่กันอย่างพลุกพล่าน ผมซื้อของฝากพวกช็อกโกแลตและชีสจากที่นี่ ก่อนกลับไปจัดกระเป๋าครั้งสุดท้ายเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน

คืนสุดท้ายที่สวิสฯ

จากตัวเมือง Zurich ใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาทีในการเดินทางด้วยรถไฟก็จะมาถึงสนามบิน สนามบินของที่นี่จะแบ่งออกเป็น อาคาร A และอาคาร B โดยที่เที่ยวบินของ Swiss International Airline ส่วนใหญ่จะอยู่ที่อาคาร A ส่วนอาคาร B เป็นอาคารของสายการบินอื่นๆ ที่สนามบินจะมีร้านขายของปลอดภาษีไม่เยอะเหมือนบ้านเรา แต่ก็พอมีหากขาดเหลืออะไรที่ยังอยากได้ ภาษีของสวิสฯ ตอนนี้อยู่ที่ 7.5%


พนักงานประกาศเรียกผู้โดยสารให้ขึ้นเครื่องบินเพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง ผมเข้าไปนั่งประจำที่บนเครื่องบิน แต่ไม่อาจละสายตาจากหน้าต่างบานเล็กๆ ที่ผมสามารถมองเห็นบรรยากาศด้านนอกที่กำลังค่อยๆ เคลื่อนที่ไปข้างหลังของผม สวนทางกับเครื่องบินที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไปข้างหน้าเพื่อที่จะเหิรขึ้นสู่ท้องฟ้า ความรู้สึกวูบเกิดขึ้นเมื่อวินาทีแรกที่เครื่องบินลอยขึ้นเหนือพื้น เหมือนเป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่าตอนนี้ผมกำลังล่องลอยอยู่ในอากาศ และในขณะเดียวกันก็บอกให้ผมรู้ว่าการเดินทางของผมได้จบลงแล้ว ผมหลับตา นึกทบทวนภาพวันเวลานับตั้งแต่วันแรกที่ผมเดินทางมาถึงสวิสฯ ความรู้สึกตื่นเต้นสนุกสนาน เหนื่อยล้าปนเปกันไปกับภาพและเรื่องราวเหล่านั้น จนถึง ณ เวลานี้ ทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจ ภาพเมืองสวิสฯ เบื้องล่างที่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟค่อยๆ ห่างไกลออกไป จนในที่สุดมีเพียงความมืดมิดของท้องฟ้ายามราตรีที่เหลือให้เห็นอยู่ภายนอก ผมบอกลาสวิสฯ เป็นครั้งสุดท้าย การเดินทางครั้งนี้จบลงแล้ว หากแต่การเดินทางของชีวิตผมยังคงดำเนินต่อไป

"Life doesn't have a road map we can easily look at and plan our destination from,
we just keep on going until our trip is over."

[ Tips - เตรียมพร้อมก่อนไปเที่ยวสวิส ]


ชมภาพจากตอนที่
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ] [ 5 ] [ 6 ] [ 7 ]


แสดงความคิดเห็นที่นี่





ติดต่อลงโฆษณา : อัตราค่าโฆษณา
Tourlok Dot Com
©

ตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษ ทั่วโลก เช็คราคาที่พักราคาประหยัด และโรงแรมมีระดับราคาพิเศษ โปรแกรมทัวร์ สุดคุ้ม เคล็ดลับการเดินทาง ติดต่อเรา เรื่องเล่าของชาวทั่วโลก รายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ Gallery