สวิสเซอร์แลนด์
7 คืน 6 วัน สวรรค์แค่เอื้อม
ตอนที่ [ 1
] [ 2
] [ 3
] [ 4
] [ 5 ] [ 6
] [ 7
]
[ Tips
]
ตอนที่
5 - หกล้ม
หกลุกใน Grindelwald

มีคนแนะนำให้ผมมาเที่ยวเมืองนี้
Grindelwald โดยให้เหตุผลว่าที่นี่สวยมากเหมือนสวรรค์เลย
และเหตุผลข้อนี้เอง มันส่งผลกับต่อมความอยากรู้อยากเห็นของผมมาก
เพราะผมก็ไม่รู้ว่า สวรรค์มันมีจริงหรือเปล่า
คำว่าสวยเหมือนสวรรค์นี่มันสวยขนาดไหนกัน
หรือถ้าสวรรค์มีจริงคนบาปหนาอย่างผม ก็คงไม่มีโอกาสได้ขึ้นไปยลความงดงามของสวรรค์
คิดได้ดังนี้แล้วผมเลยตกลงใจว่าไม่พลาดแน่เมืองนี้
จุดมุ่งหมายหลักอีกอย่างหนึ่งถัดจากความอยากเห็นสวรรค์ของผมก็คือการมาหัดเล่นสกีที่นี่
สาเหตุเพราะที่ Grindelwald เป็นเมืองกีฬาเมืองหนาวที่พร้อมสรรพ
ทันทีที่คุณก้าวออกจากสถานีรถไฟแล้วเลี้ยวขวา
คุณจะเห็นศูนย์กีฬาเมืองหนาวที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางสำหรับคนอยากเล่นกีฬาทั้งหลาย
ตั้งเด่นตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ในนั้นจะมีบริการครบวงจรสำหรับทุกคน
ไม่ว่าคุณจะอยากทราบข้อมูล อยากมาเสียค่าธรรมเนียมการเล่นกีฬา
หรืออยากจะมาเรียนสกีอย่างผม คุณตรงมาที่นี่ที่เดียวคุณก็จะได้ทราบทุกอย่างที่คุณสงสัยใคร่รู้
รถไฟจอดเทียบสถานีตอนประมาณเที่ยงเศษ
ผมรีบตรงดิ่งไปสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สาวสวยท่าทางใจดีของศูนย์กีฬาทันที
ความรู้สึกตอนนั้นคืออยากเล่นสกีมากถึงมากที่สุด
เพราะตลอดทางที่ผมเดินทางผ่านมาเห็นกองทัพคนเล่นสกีนับร้อย
ท่าทางน่าสนุกและตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
ดังนั้นผมจะต้องหัดเล่นสกีให้ได้ แต่แล้ว...ความฝันอันสวยหรูของผมก็ต้องพังทลายลง
เจ้าหน้าที่บอกผมว่าการมาเรียนสกีต้องมาเริ่มตั้งแต่เช้า
คือประมาณ 9 โมงและเรียนไปจนถึงบ่าย 3
ผมพยายามต่อลองโดยให้เหตุผลว่าผมไม่มีเวลาเพียงพอ
แต่เธอก็ยืนยันด้วยความปรารถนาดีว่าเวลาแค่นี้น้อยเกินไป
ผมจะไม่ได้อะไรนอกจากเสียเงินและเสียเวลาเปล่าๆ
ผมอยากส่งความปรารถนาของเธอกลับคืนไป
แต่ขอเป็นให้ผมได้เรียนสกีแทนได้ไหม แล้วความพยายามของผมก็ไม่เป็นผลสำเร็จ
ฉะนั้นใครที่อยากมาหัดเล่นสกี ขอให้วางแผนจัดสรรเวลามาให้ดีนะครับ
ค่าเรียนสำหรับผู้ที่ไม่เคยเล่นมาก่อนก็ตกอยู่ที่ประมาณ
300 สวิสฟรังค์ (1 สวิสฟรังค์ เท่ากับ
30 บาท โดยประมาณ) แต่ราคานี้ไม่ร่วมค่าอุปกรณ์ซึ่งต้องจ่ายเพิ่มไปอีกประมาณ
50 สวิสฟรังค์
ภายหลังจากการโดนหักอกจากการหัดเล่นสกี
ผมเลยแวบความคิดขึ้นมาได้ว่า นอกจากสกีแล้วก็ยังมีกีฬาที่น่าสนใจอีกอย่างที่ผมคงเล่นได้ไม่ยาก
และไม่ต้องเสียเวลาในการหัดแต่อย่างใด
คิดได้ดังนี้แล้วผมก็รีบวิ่งไปหาเช่าอุปกรณ์ที่เรียกว่า
Sled ซึ่งหาได้ง่ายมากมีอยู่ตามร้านค้าทั่วไป
ลักษณะเป็นเหมือนเลื่อนไม้ที่ด้านบนตีไม้ไว้เป็นซี่ซี่สำหรับให้คนเล่นนั่ง
อธิบายง่ายๆ เหมือนคุณนั่งอยู่บนเตารีดอันใหญ่
แล้วเลื่อนตัวเองลงมาตามทางลาดชันที่มีหิมะปกคลุม
ค่าเช่า Sled ก็ถูกแสนถูกแค่ 11 สวิสฟรังค์
แต่นี่ไม่ร่วมค่าซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของก้นคุณภายหลังการเล่นนะ
เจ้าของ Sled แนะนำให้ผมนั่งรถบัสขึ้นไปที่
Bussalp ซึ่งใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง
และค่ารถไปกลับเมื่อลดราคาด้วย Swiss
Pass แล้วก็เหลือแค่ 8 สวิสฟรังค์เท่านั้น
Bussalp ไม่เหมือนเมืองแต่ดูจะเป็นเพียงตำบลเล็กๆ
มากกว่า เป็นตำบลที่ตั้งอยู่บนภูเขาที่รายล้อมไปด้วยหิมะขาวโพลน
และประดับประดาไปด้วยบ้านไม้เก่าๆ หลังเล็กๆ
ที่ปลูกอยู่ประปรายตามบริเวณไหล่เขา รถบัสพาผมปีนป่ายภูเขาเผือกลูกนี้ขึ้นไปเรื่อยๆ
ระหว่างทางมองเห็นคนเล่นสกี และ Sled
สวนทางลงมาอยู่ตลอด ดูจากรอยยิ้มแล้วทุกคนคงสนุกสนานกับกิจกรรมของตนเป็นอย่างมาก
และแล้วเวลาที่ผมรอคอยก็มาถึง รถจอดให้ลงที่ยอดของภูเขา
ผู้โดยสารทุกคนที่ขึ้นมาที่นี่ต่างเตรียมพร้อมจับอาวุธคู่กายของตน
ด้วยสายตามุ่งมันประหนึ่งจะออกรบในสงครามยังไงยังงั้น
ผมก็คนหนึ่งละที่จะออกไปโชว์ลวดลายการเล่น
Sled ไม่ให้น้อยหน้าใคร
Sled
เป็นกีพาที่สนุกมาก เล่นก็ง่ายเพียงแค่คุณขึ้นนั่งบน
Sled แล้วไถลลงมาบนหิมะ ทางยิ่งชันก็จะยิ่งเร็วและยิ่งสนุกมาก
คุณต้องคอยทรงตัวให้ดีและคอยบังคับเลี้ยวซ้ายขวาไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง
เทคนิคที่ผมเรียนรู้มาคือให้พยายามเอนตัวให้แบนราบที่สุด
คือให้มันลู่ลมเข้าไว้ แล้ว Sled ของคุณจะวิ่งฉิวไม่มีใครตามทัน
จาก Bussalp Sled ลงมาจนถึง Grindelwald
ต้องเผื่อเวลาไว้ราวหนึ่งชั่วโมง เพราะคุณจะต้องหกล้มหกลุกเป็นสิบๆ
ครั้งกว่าจะลงมาได้ หรือถ้าเปลี่ยนใจเล่นไม่ไหวก็สามารถขึ้นรถบัสกลับลงมา
เพราะรถบัสจะจอดอยู่เป็นระยะ กว่าผมจะลงมาถึงได้
ก้นสึกไปหลายทีแถมตัวเปียกปอนอย่างกับลูกหมา
เพราะแต่งตัวไม่ถูกกาลเทศะ การเล่นกีฬาหิมะทั้งหลายควรแต่งตัวด้วยผ้าร่ม
เพราะหิมะจะไม่ติดกับผ้าและไม่เปียกเมื่อมันละลาย
และรองเท้าควรเป็นรองเท้าที่หุ้มข้อให้มิดชิด
มิฉะนั้นรองเท้าจะเต็มไปด้วยหิมะ และอีกอย่างรองเท้าหุ้มข้อจะปกป้องข้อของเราไม่ให้ซ้นหรือพลิกได้ง่ายๆ
กลับโรงแรมคืนนี้ผมคงหลับสนิท
แต่สนุกอย่างนี้ให้เหนื่อยแค่ไหนก็ยอมครับ
[
วันที่ 6
- ล่อง Lake Luzern ]
ชมภาพจากตอนที่
[ 1
] [ 2
] [ 3
] [ 4
] [ 5
] [ 6
] [ 7
]
แสดงความคิดเห็นที่นี่