ข้อมูลท่องเที่ยวทั่วโลก ตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษ ทั่วโลก เช็คราคาที่พักราคาประหยัด และโรงแรมมีระดับราคาพิเศษ โปรแกรมทัวร์ สุดคุ้ม เคล็ดลับการเดินทาง ติดต่อเรา Home รายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ Gallery


สบายดี ลาวใต้ : ฉบับยาจกบ้าระห่ำ
ภาพและเรื่องโดย : คุณ doang

ตอนที่ [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ]

ตอนที่ 4 : สุดท้ายที่ปราสาทหินวัดพู



เช้าวันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม 2548 ผมตื่นแต่เช้าประมาณตีห้านิดๆได้ ช่วงนี้สว่างเร็วมาก


ตั้งใจชมพระอาทิตย์ฉายแสงรับวันใหม่



ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ และได้ชมชีวิตของชาวบ้าน ที่อาศัยผืนน้ำในการดำรงชีพ เป็นดั่งมนต์ขลังฝั่งโขง


แม้แต่เด็กๆ ยังต้องสู้ชีวิตในยามเช้า



ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันที่พบได้ง่ายสำหรับชีวิตบนผืนน้ำ


จิตใจสงบนิ่งเหมือนสายน้ำ


จากนั้นก็ติดต่อเช่ารถตุ๊กตุ๊กไปที่ประสาทวัดพู ระยะทาง 13 กิโล ในราคาเหมา 40,000 กีบ ระหว่างทางสังเกตว่า เมืองจำปาสักยังคงเงียบสงบดั่งเช่นเมื่อวานที่มาเยือน จึงได้พูดคุยกับคนขับได้ความว่าเป็นวันหยุดชดเชยแรงงานนะครับ

ค่าเข้าปราสาทหินวัดพู ถ้าเป็นคนลาวเสียคนละ 3,000 กีบ แต่ถ้าเป็นพวกกระเหรี่ยงต่างดาวอย่างพวกเรา จะเสียคนละ 30,000 กีบ แพงกว่าสิบเท่าเลยนะเนี่ย ทำให้ผมนึกถึงคนต่างชาติที่มาเที่ยววัดพระแก้ว ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง เนื่องจากว่าที่โต๊ะเก็บ เงินยังไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ จึงต้องไปจ่ายตรงที่ทำการ แต่ด้วยความชั่วร้ายของผม จึงได้ให้คนขับเสียค่าเข้าให้พวกผมสองคนในอัตราคนลาว คนขับก็ลงไปจ่ายเงิน โดยที่พวกผมนั่งอยู่บนรถ ผ่านด่านจนถึงที่จอดรถ คนขับก็แนะนำให้พวกเราพูดเบาๆ อย่าเสียงดัง เดี๋ยวมีคนรู้ว่าเป็นคนไทย ก็เลยนึกสงสัยอยู่ในใจว่าคนไทยนี่พูดเสียงดังหรือ? ที่ทางเข้าซื้อชุดดอกไม้ชุดละ 5,000 กีบ รุ่นน้องรีบดักคอผมเลยว่าอย่าต่อนะพี่ ผมก็นึกในใจว่ากลัวผมจะได้บุญน้อยมั้ง

ปราสาทหินวัดพู เป็นโบราณสถานในศาสนาฮินดู-พราหมณ์ สร้างในพุทธศตวรรษที่ 10 เคยเป็นวัดด้วย ดังนั้นจึงมีงานประเพณีนมัสการวัดพูทุกๆ ปี ประมาณวันเพ็ญเดือนสาม ซึ่งตรงกับงานนมัสการพระธาตุพนมพอดี ปัจจุบันปราสาทหินวัดพูได้ถูกบันทึกเป็นมรดกโลกแล้ว


ระยะทางที่เดินมาถึงข้างบน

มองจากมุมสูง


และเป็นที่น่าสังเกตว่าช่วงนี้ดอกจำปาไม่ได้ออกดอก แต่เป็นช่วงที่ดอกหางนกยูงบาน ทำให้บรรยายกาศในปราสาทหินวัดพู แปลกไปกว่าที่เคยได้ดูรูปกระทู้เก่าๆ พวกเราเดินจนทั่วและแดดเริ่มร้อนก็กลับมาขึ้นรถ คนขับบอกว่าเมื่อครู่มีเจ้าหน้าที่มาคุยกับแม่ค้าขายดอกไม้ ทำให้ทราบว่าเป็นคนไทยมาเที่ยวคนหนึ่ง เพราะว่าตอนไปซื้อดอกไม้รุ่นน้องผมพูดภาษาไทยนะครับ ผมจึงถามว่าอย่างนี้ต้องเสียเงินเพิ่มไหม คนขับบอกว่าอาจจะเสียแค่คนเดียวนะ แต่เดี๋ยวเขาจะลองคุยให้ ใกล้ถึงทางออกตรงที่มีเจ้าหน้าที่เก็บเงิน ผมก็นั่งลุ้นระลึกอยู่ว่าต้องเสียเงินเท่าไร แต่พี่คนขับกลับเร่งเครื่องผ่านประตูออกไปเลย ฮืม นึกว่าต้องเสียเงินเพิ่มซะแล้ว

 

 


กลับไปถึงที่พักคนขับก็ไปเล่าให้ที่เรือนพักฟัง คุยไปคุยมาก็เพิ่งรู้ว่าเป็นญาติกัน ที่สำคัญเคยไปอยู่ฝั่งไทยมาหลายเดือนด้วย จากนั้นก็ทานข้าวเช้า ผมสั่งทอดไข่กับข้าวเปล่า ไม่ต้องเดาให้ยากเลยว่าคือไข่เจียวบ้านเรานี่เอง น้ำเปล่ากับน้ำแข็งฟรี ค่าทอดไข่ราคา 7,000 กีบ ข้าวเปล่า 2,000 กีบ


ทานเสร็จก็อาบน้ำเตรียมเก็บของเพื่อเดินทางกลับ ด้วยความใจดีของพี่คนขับ พวกเราเลยตัดสินใจจ้างแกให้ไปส่งที่ท่าเรือ ในราคาเหมาคันละ 5,000 กีบ จากนั้นก็รอเรือใหญ่ข้ามฟาก เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเงินค่าข้าม บนเรือก็มีแม่ค้าขายอาหาร พอข้ามมาเสร็จก็มาหารถไปต่อ แต่ไม่มีรถโดยสารประจำทาง เลยสอบถามราคารถเหมา เจอราคา 15,000 กีบ ส่งถึงแค่สามแยกระยะทาง 3 กิโลเองนะเนี่ย ต่อรองก็ไม่ได้ พวกเราก็เลยนั่งรอกะจะโบกรถออกไปอีก

นานเกือบครึ่งชั่วโมงก็มีคนกระบะคันใหญ่มีหลังคาเข้ามาส่งคน ก็เลยขอโดยสารออกไปด้วย คุยกับคนในรถได้ความว่าจะไปเที่ยวน้ำตกคอนพะเพ็งกัน แต่แวะมาส่งคนในบ้านม่วง เลยเป็นความโชคดีของเราอีกครั้งที่โบกรถออกไปได้ ถึงสามแยกพวกเรากล่าวคำขอบคุณคนขับ แล้วไปนั่งรอรถเพื่อกลับคิวรถหลักแปด

ระหว่างรอก็นั่งคุยกับผู้ชายคนลาวสองคน เขาก็เล่าช่วงเวลาที่มาใช้ชีวิตในเมืองไทย โชคไม่ดีเจอเจ้านายไม่ดี กดขี่แรงงานต่างๆ นาน อยู่หลายเดือนเลยตัดสินใจกลับดีกว่า แต่เขาก็ยอมรับว่าอยู่เมืองไทยรายได้ดีกว่า แต่ค่าใช้จ่ายก็สูง เพราะว่าเขาเป็นนักเที่ยวด้วย คุยได้สักพักรถโดยสารประจำทางก็มา ค่าโดยสารถึงหลักแปดคนละ 6,000 กีบ พอถึงคิวรถหลักแปด คนขับรถตุ๊กตุ๊กต่างก็มาเรียกลูกค้า ทำให้เราสามารถต่อรองราคาไปส่งปากเซได้คนละ 4,000 กีบ จาก 5,000 กีบ ระหว่างทางก็แวะส่งคนลาวใกล้ๆ ปากเซ ผมก็แอบเห็นเขาเก็บเงิน รู้สึกว่าจะคิดแค่ 2,000 กีบ จากนั้นก็มาต่อรถแท๊กซี่กลับไปที่ด่านช่องเม็ก ในราคาคนละ 50 บาท ซึ่งมีคนทั้งหมดห้าคนแล้ว แต่คราวนี้คนขับต้องการให้ได้คนถึงหกคนถึงจะออกรถ พวกเราก็รอไปเรื่อยๆ สุดท้ายกว่าจะได้ออกก็เป็นเจ็ดคน เพราะได้นักท่องเที่ยวมาอีกคู่หนึ่ง สภาพรถเก่ากว่าตอนขามาอีก

ถึงด่านทำเรื่องเสียค่าล่วงเวลาที่ด่านลาว 50 บาทเพราะว่าวันนี้เป็นวันหยุด รุ่นน้องที่เดินซื้อของตามมาทีหลัง แต่ไม่มีเงินบาทติดตัวเลยจ่ายเป็นเงินกีบเขาคิดแค่ 10,000 กีบ ถูกกว่าผมเสียอีก จากนั้นทำเรื่องที่ด่านไทยไม่เสียเงิน แล้วเดินไปขึ้นรถที่สถานีขนส่ง ไม่ได้อาศัยมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เพราะคิดว่าระยะทางแค่นี้เดินเองดีกว่า จองรถขากลับรอบ 18.00 น. ป.อ. 1 แต่ราคาถูกปรับเพิ่มเป็น 425 บาทแล้วนะครับ เนื่องจากน้ำมันแพง ระหว่างรอรถกลับก็หาร้านอาหารแถวนั้นรับประทาน ขากลับถูกตำรวจตรวจหลายรอบ ทำให้เสียเวลานานเหมือนกัน ขากลับไม่ได้แวะพักรับประทานอาหาร แต่มีอาหารว่างและเครื่องดื่มให้นะครับ ถึงหมอชิตประมาณตีสี่ ทำให้มีเวลาเตรียมตัวไปทำงานได้อย่างสบายๆ ทริปนี้เสียดายที่มีวันหยุดน้อยเลยยังไม่ได้ไปแถวน้ำตกตาดฟาน แถมเหลือเงินกีบติดกระเป๋าอีกประมาณ 30,000 กีบ คิดว่าโอกาสหน้าคงได้กลับมาเยือนลาวใต้ใหม่ในอีกไม่นานเกินรอ สบายดี..ลาวใต้

กลับสู่หน้าแรก Story






ติดต่อลงโฆษณา : อัตราค่าโฆษณา
Tourlok Dot Com
©

ตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษ ทั่วโลก เช็คราคาที่พักราคาประหยัด และโรงแรมมีระดับราคาพิเศษ โปรแกรมทัวร์ สุดคุ้ม เคล็ดลับการเดินทาง ติดต่อเรา รายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ Gallery