ข้อมูลท่องเที่ยวทั่วโลก ตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษ ทั่วโลก เช็คราคาที่พักราคาประหยัด และโรงแรมมีระดับราคาพิเศษ โปรแกรมทัวร์ สุดคุ้ม เคล็ดลับการเดินทาง ติดต่อเรา Home รายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ Gallery


สบายดี ลาวใต้ : ฉบับยาจกบ้าระห่ำ
ภาพและเรื่องโดย : คุณ doang

ตอนที่ [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ]

ตอนที่ 3 : น้ำตกคอนพะเพ็ง - จำปาสัก

พอถึงที่พักก็รีบอาบน้ำ หลังจากนั้นก็ไปติดต่อเรือของเจ้าของที่พักเพื่อไปเที่ยวน้ำตกคอนพะเพ็ง ในราคาเหมาลำไปกลับ 90,000 กีบ แต่ต่อราคาได้เหลือเพียง 80,000 กีบ พวกเราก็ทยอยเก็บกระเป๋าเพื่อเดินทางเผื่อจะไปทันรถเข้าเมือง โดยไม่ลืมเก็บบรรยายกาศรอบๆที่พักก่อนจาก ตอนแรกกะจะอยู่ตอนนี้สักคืน น่าเสียดายเหมือนกัน



เรือลำน้อยปราศจากที่บังแดดค่อยๆล่องออกจากที่พัก แล่นสวนทวนกระแสน้ำ เพื่อมุ่งหาความยิ่งใหญ่ของน้ำตกที่ได้ฉายา "ไนแองการ่าแห่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้"


เรือได้มาจอดตรงจุดที่ใกล้กับจุดหักตัวลงของน้ำตกสายนี้ เจ้าของที่พักพาพวกเราเดินตัดไปทางป่า เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเงินค่าเข้า และได้แยกทางกัน พวกเราเดินมาถึงศาลาที่จัดทำไว้รองรับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมน้ำตกแห่งนี้

ท้องฟ้าวันนี้ไม่ค่อยสวยประกอบกับเป็นช่วงน้ำน้อย แต่ความยิ่งใหญ่ของคอนพะเพ็งก็ไม่ได้ลดน้อยลงไป น้ำตกคอนพะเพ็งมีความสูงประมาณ 15 เมตร เป็นแก่งหินขนาดใหญ่ที่กั้นขวางทางเดินของแม่น้ำโขง ซึ่งแม่น้ำโขงไหลมาถึงบริเวณนี้จะหักตัวลงตามความชันของหน้าผากลายเป็นธารน้ำตกมหึมา เสียงดังของน้ำตกคอนพะเพ็งดังครึนโครม เหมือนน้ำตกนับพันสายประสานเสียงกันดังอยู่ตลอดเวลา



หลังจากถ่ายรูปเสร็จ พวกผมก็ไปหาร้านรับประทานอาหาร ซึ่งมีให้เลือกหลายร้าน รุ่นน้องผมเลือกร้านที่อยู่ริมสุดติดกับน้ำตกนะครับ มื้อนี้ถือว่าเป็นมื้อแรกของวันนี้เลยนะครับ เลยกลายเป็นมื้อพิเศษอีกแล้ว โดยเฉพาะปลาจุ่ม รสชาติแปลกดีนะครับ กับเครื่องดื่มเย็นๆ อีกหลายขวด รวมราคาทั้งหมดแล้ว 90,000 กีบนะครับ น้ำแข็งฟรี (อีกแล้ว)



หลังจากทานเสร็จก็ไปหารถเข้าเมือง ปรากฎว่าหมดนานแล้ว ดังนั้นก็คงเหลือวิธีเดี่ยวนะครับ คงเดากันไม่ยาก ก็คือโบกรถนะครับ โดยผมเข้าไปสอบถามรถที่จอดอยู่บริเวณที่จอดรถนะครับ โดยเลือกคันที่พอมีที่ว่างรับเราสองคนไปได้ โชคดีครับได้รถกระบะไม่มีแค็ปนั่งรถกับคนลาวที่มาเที่ยว โดยรถจะไปปากเซซึ่งผ่านสามแยกที่จะไปจำปาสัก ระยะทาง 134 กิโล ท่ามกลางแดดตอนเที่ยงๆ ผู้คนที่นั่งหลังกระบะปราศจากการสนทนา เพราะต่างคนต่างก็พยายามหลบตัวเอง ให้ถูกแสงสุริยะให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

 


หลังจากต้องตากแดดตากลมสองชั่วโมงกว่าก็ถึงจุดหมาย พวกเรากล่าวคำขอบคุณคนขับ จากนั้นก็สอบถามชาวบ้านที่นั่งอยู่แถวนั้น ก็ได้ข้อมูลว่าต้องต่อรถเข้าไปที่บ้านม่วงระยะทางประมาณ 3 กิโลแล้วนั่งเรือข้ามฟากอีกต่อ ระหว่างนั่งรอรถเข้าไปที่ท่าเรือ ก็ได้มีโอกาสคุยกับชาวบ้านอีกครั้ง เขาก็เล่าชีวิตของให้ฟังจับใจความได้ว่า เขาโชคดีที่ได้แต่งงานกับคนไทย ได้ไปอยู่เมืองไทยหลายปี แม่สะใภ้ก็ใจดี รักและเอ็นดูเขา ชีวิตสุขสบาย อาหารการกินดี แต่ยิ่งอยู่ดีมีสุขเท่าไรเขายิ่งคิดถึงแม่ที่อยู่ฝั่งลาวมากเท่าไร เพราะแม่เขาไม่สุขสบายหรือได้ทานอาหารดีๆอย่างเขา ฮืม..ฟังแล้วน่านับถือในคุณค่าของคนที่มีจิตใจดีงามจริงๆ

 

 



ระหว่างนั่งสนทนาก็รอรถเข้าไปด้วยแต่ก็ไม่มี เจอแต่เจ้าถนนมากันเป็นฝูงเลย

รอนานเกือบจะครึ่งชั่วโมงได้ก็มีรถสองแถวจะเลี้ยวไปทางท่าเรือ เลยขอติดรถไปด้วย ซึ่งโชคดีที่ไม่ต้องเสียเงินอีกแล้ว ระหว่างนั่งรถก็ได้สนทนากับคนโดยสาร และได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับที่พัก พอถึงท่าเรือพวกเรากล่าวคำขอบคุณคนขับ แล้วเดินไปสอบถามราคาเรือข้ามฟากซึ่งถ้าจะไปคนละ 2,000 กีบ ก็ต้องรอไปหลายคน เป็นเรือลำเล็กๆ จากนั้นก็ไปสอบถามชาวบ้านแถวนั้น ก็ได้ข้อมูลว่าถ้าขึ้นเรือลำใหญ่ที่ขนรถข้ามไปด้วยไม่ต้องเสียเงิน พวกผมก็รอสักพักมีเรือใหญ่กำลังออกพอดีเลยอาศัยไปด้วย ประหยัดเงินอีกต่อ

ซึ่งเบื้องหน้าพวกเรามีสายน้ำโขง กั้นระหว่างเรากับเมืองจำปาสัก ถัดไปเป็นทิวเขาใหญ่ทอดตัวยาวตาม ประวัติคร่าวๆ เท่าที่ผมทราบมา ก่อนที่ฝรั่งเศสจะสร้างเมืองปากเซในปี พ.ศ. 2448 เพื่อถ่ายอำนาจจากจำปาสักไปยังปากเซ เมืองจำปาสักมีฐานะเป็นศูนย์กลางการปกครองของแขวง และเป็นที่ประทับของราชวงศ์สายจำปาสัก แต่อดีตที่เคยรุ่งเรืองคงเหลือเพียงตำหนักยุคอาณานิคมสองหลัง และน้ำพุกลางเมืองเท่านั้น


แสงแรกแห่งจำปาสักแต่เป็นแสงสุดท้ายของวัน



ข้ามมาถึงฝั่งก็เดินหาที่พักโดยไม่ได้ใช้บริการรถรับจ้าง เดินตามทางไปเรื่อยๆ ระหว่างทาง ก็ชื่นชมบรรยายกาศทั่วไปของจำปาสักกับนวลนางข้างเขียง

จนได้ที่พักซึ่งเดินค่อนข้างไกลพอสมควร ในราคาห้องละ 160 บาท เตียงคู่ ห้องน้ำในตัว น้ำเปล่าสองขวด ห้องนอนไม่ได้ติดน้ำ แต่สามารถเดินออกมาบริเวณที่กินข้าว ก็สามารถชมวิวความยิ่งใหญ่ของแม่น้ำโขงได้ มีห้องแอร์ด้วย แต่งบประมาณจำกัดเลยเอาห้องราคา 160 บาท หลังจากได้ที่พักก็รีบอาบน้ ำเพราะว่าวันนี้ถูกย่างมาตลอดทั้งวัน จากนั้นก็เช่าจักรยานคันละ 40 บาทของที่พัก (แปลกใจเหมือนกันว่าที่พักที่นี่ไม่เรียกเกตส์เฮ้าท์แต่เรียกเรือนพักนะ) ขี่รถไปได้ไม่เท่าไรก็มืดเสียแล้ว แถมเสียงฟ้าคำรามมาเป็นระยะๆ ไฟดับบ้างเป็นบางจุด ก็เลยตัดสินใจขี่รถกลับมาทานอาหารในเรือนพัก ทานข้าวผัดอเมริกันราคา 10,000 กีบ น้ำเปล่ากับน้ำแข็งฟรี เพราะว่ามีตู้น้ำเย็นให้กด เสร็จแล้วก็รีบเข้านอนด้วยความอ่อนเพลีย เป็นการหลับเร็วอีกคืนหนึ่งสำหรับการเดินทาง

ตอนที่ 4 : สุดท้ายที่ปราสาทหินวัดพู >>






ติดต่อลงโฆษณา : อัตราค่าโฆษณา
Tourlok Dot Com
©

ตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษ ทั่วโลก เช็คราคาที่พักราคาประหยัด และโรงแรมมีระดับราคาพิเศษ โปรแกรมทัวร์ สุดคุ้ม เคล็ดลับการเดินทาง ติดต่อเรา รายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ Gallery