|
บันทีกท่องเที่ยวตอนลุยเดี่ยวเที่ยว OSLO วันที่สอง (จบ)

บันทึกการเดินทางโดย
: คุณท้อด LH
วันที่สองกว่าจะเริ่มต้นวันก็ปาเข้าไปเกือบ
4 โมงเย็นนั้นนะครับ ตื่นขึ้นมาแต่ละที่เป็นอากาศสลัวๆ
มืดๆ เย็นๆ แล้วเลยกลิ้งลงไปหลับต่อเลยครับ พอเข้าใจได้ว่าคนแถวนี้น่าจะมีอาการ
depressed ได้ง่ายๆ เพราะอากาศนะครับ Peter บอกว่าที่นี่มีการรักษาแบบ
Light Therapy (รักษาทางแสง) โดยให้คนไปนั่งในแสงของโคมไฟ
ฟังดูแปลกๆ นะครับ นอกเรื่องอีกแล้ว ตกลงผมนัดกับ Peter
มาเจอกันตอน 5 โมงเย็นครับ แล้วเราก็ไปดื่มกาแฟแล้วก็นั่งคุยกัน
ก่อนที่ Peter จะขอตัวกลับไปทานข้าวกับแม่เค้าที่บ้านก่อน
แล้วผมก็ออกไปเดินเล่นต่อ แต่ถีงกระนั้นก็ต้องยอมแพ้ต่อความหนาว
กลับมานอนโรงแรมตอนทุ่มหนี่งครับ กลับมาทันรายการกำจัดจุดอ่อนของอังกฤษพอดี
ดำเนินรายการโดย Anne Robinson ซี่งเป็นต้นฉบับของความร้ายกาจของพิธีกร
ดูไปแล้วก็ขำไปด้วยครับ ผู้เล่นนั้นก็เก่งมากครับ ตอบถูกมากกว่าผิด
แล้วก็ถูกแดกดันโดยพิธีกรเช่นเคย ผมชอบรายการนี้มาก ไม่เข้าใจเลยว่าตอนออกฉายที่เมืองไทยใหม่ๆ
ทำไมถีงโดนด่าขนาดนั้น ผมเองก็ดูเอาความมันส์เท่านั้น
ไม่เคยเอามาเป็นใจอะไรเลย อ้อ รายการทุกรายการที่เป็นภาษาอังกฤษที่นี่เค้าจะไม่พากย์ทับนะครับ
เค้าจะปล่อยเป็นเสียง soundtrack หรือไม่ก็มี subtitle
ให้อ่านข้างล่าง (ถึงว่าคนพูดภาษาอังกฤษได้ทุกคน และถึงว่าคนเยอรมัน
ฝรั่งเศส สเปน และอิตาเลียน พูดภาษาอังกฤษสู้คน scandinavia
หรือ dutch ไม่ได้ซักทีเพราะมัวแต่พากย์ทับอยู่)
ดูทีวีไปได้ซักพักนาย Peter ก็ส่ง Message มาตามครับ งานนี้ผมจะลองนั่งรถรางไปบ้านเค้าดู
ผมต้องนั่งสาย 12 หรือ 15 (ซึ่งก็มาตรงเวลาอีกเช่นเคย
ดีมากๆ สำหรับอากาศหนาวอย่างนี้) ผมขึ้นรถก็ต้องซื้อตั๋วก่อนครับ
ราคา 22 NOK (ขี้นมาจาก 18 และ 20 NOK ที่อ่านจากหนังสือ)
โดยที่ผมจะขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยทุกคนซื้อตั๋วทุกครั้งในการเดินทางนะครับ
ถ้าถูกปรับขึ้นมา ค่าปรับจะแพงมาก ไม่คุ้มกันครับ แต่นั่นมันไม่เท่ากับชื่อเสีย(ง)ของประเทศชาติของเรานะครับ
ลองนึกดูครับว่า ในหลวง พระราชินีของเราท่านทรงสร้างชื่อเสียงอันดีงามของคนไทย
นำไปให้เป็นที่รู้จักแก่ชาวต่างชาติมากมาย อย่าให้เค้ามาว่าเราได้เลยครับว่าเรางก
และขี้โกงไม่ยอมจ่ายแม้กระทั่งค่าโดยสาร 22 Kroners คนแถบนี้เค้าค่อนข้างที่จะชอบคนไทย
และเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยกันมากมาย ขอให้เรารักษาชื่อเสียงของประเทศเราไว้นะครับ
เอาล่ะ
ผมเดินทางมาถีงบ้าน Peter แล้วก็นั่งเล่นซักพัก ก่อนที่จะเดินไปบ้านเพื่อนชื่อ
Hugo ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกันเท่าไร พอไปถีงก็มีเพื่อนของ
Peter คนอื่นๆไปถีงแล้ว เราก็นั่งดื่มนั่งคุยกันเรื่องนั้นเรื่องนี้
จนเมากันได้ที่แล้วก็เริ่มออกเดินทางไปยัง London Pub
กันต่อครับ เราเรียก taxi ให้มารับเพราะ 1) หนาวเกินที่จะเดินฝ่าไป
2) เมากันทุกคนอันตรายครับ พอไปถีงทุกคนก็ไม่รอช้าต่างก็ไปสั่งเครื่องดื่มของตัวเองแล้วก็แยกย้ายกันไปเต้นๆๆๆๆ
พอถีงตอนนี้ผมก็เริ่มจำอะไรไม่ค่อยได้แล้วครับ เพราะเมาและเหนื่อยมาก
โชคดีที่ London Pub ไม่ไกลมากจากโรงแรม ผมเลยเดินกลับได้สบายๆ
ก่อนกลับก็ได้แวะซื้อน้ำไปดื่มสองขวดที่ 7eleven เจ้าประจำครับ
แล้วผมก็เลยถือโอกาสลา และขอบคุณ Peter ที่เป็นเจ้าบ้านที่ดี
ยอมลางานมาพาผมเที่ยวตั้งสองวัน (ใจดีจริงๆ) แต่อีกไม่นานเค้าก็จะมาเที่ยวเมืองไทยอีกครั้ง
แล้วถีงเวลานั้นผมก็จะได้ตอบแทนแล้วพาเค้าเที่ยวอีกเช่นกันครับ
แล้วผมก็กลับโรงแรมไปไหลตายอีกเป็นวันที่สองครับ
ตื่นขี้นมาผมก็รีบอาบน้ำแต่งตัวลงไปทานอาหารเช้าที่โรงแรมซึ่งก็เป็นอะไรง่ายๆ
(ขนมปัง เนย ชา กาแฟ) แล้วก็ขึ้นมาเก็บข้าวของเตรียวตัวเดินทางกลับเยอรมันครับ
ขากลับผมรู้สีกเศร้าๆ เล็กน้อยที่ผมไม่มีโอกาสอยู่เที่ยวต่อให้นานกว่านี้
คนนอร์เวย์เป็นมิตรและน่ารักมากครับ แถมผมยังโชคดี มีเพื่อนที่ดีอย่าง
Peter พาเที่ยว แล้วยังแนะนำให้รู้จักเพื่อนๆของเค้าอีก
เลยสนุกยิ่งขึ้น แล้วก็ได้รู้จักกับชีวิตความเป็นอยู่ของวัยรุ่นชาวนอร์เวย์ด้วยครับ
ระหว่างทางกลับไปสนามบิน
ผมก็ได้ลองนั่งทบทวนดูว่าผมประทับใจอะไรบ้างในประเทศอันหนาวเย็นนี้
1. ผู้คนอันเป็นมิตร ยินดีต้อนรับผู้คนต่างชาติต่างภาษา
เนี่องจากประเทศของเค้าร่ำรวยพอที่จะไม่ต้องมากังวลอะไรมากมาย
เค้าเลยมีใจเปิดกว้างรับผู้คนต่างบ้านต่างเมืองครับ และที่สำคัญพูดภาษาอังกฤษกับเราได้ทุกคน
โดยที่เค้าก็ไม่ได้คาดหวังว่าเราจะต้องพูดภาษาเค้าได้
พอพูดไม่ได้ก็ทำหน้าโกรธ ไม่พอใจ ก็อ้าว เป็นนักท่องเที่ยวนี่น่า
ไม่ได้อยู่ที่นั่นซักหน่อย (ไม่เหมือนประเทศเพื่อนบ้านหลายๆ
ประเทศในยุโรปนะครับ)
2. บ้านเมืองอันสวยงาม น่ารักมากๆ ครับ ตีกรามบ้านช่องน่ารักๆ
ทั้งนั้น อาจจะดูไม่น่ารักเท่าที่ Amsterdam (เพราะไม่มีคลอง)
แต่ก็จัดว่าน่ารักมาก ไว้ผมไปเที่ยว Stockholm กับ Copenhagen
มาแล้วผมคงจะเปรียบเทียบได้ถูกนะครับว่าที่ไหนน่ารักกว่า)
3. ความสะดวกสบายทุกอย่าง รถราง รถไฟสะอาด มาตรงเวลา ติดเสียอย่างที่ร้านรวงปิดเกือบหมดในวันอาทิตย์
แต่ก็ชินแล้วครับเพราะก็ เหมือนๆกับประเทศในยุโรปชาติอื่นๆ
4. อากาศครับ ถีงจะหนาวเย็น แต่ผมก็พอจะจินตนาการได้ว่าช่วงหน้าร้อน
ที่นี่จะเป็นสวรรค์ขนาดไหน มลพิษไม่มี แถมแสงแดดส่องจ้าทั้งวัน
scandinavia ช่วงหน้าร้อนนั้นเป็นช่วงที่น่าเยือนที่สุดเลยครับ
พอมาถีงสนามบินผมก็ตรงไปยัง
checkin counter เลยครับ ที่นี่จะเต็มไปด้วยพนักงานของ
SAS หรือ Braathens เป็นส่วนใหญ่ นอกเหนือจากนั้นก็เป็น
British Airways และ KLM ครับ สายการบินอื่นๆผมไม่เห็นครับ
พอได้บัตรที่นั่งแล้วผมก็แวะไปเข้าห้องน้ำนิดนีง สะอากมากครับ(อีกแล้ว)
แถมยังตกแต่งด้วยไม้ beech อีก ดูแล้วเหมือนห้องน้ำในบ้านคน
มากกว่าครับ แถมยังดูเหมือนมีห้องซาวน่าอีกต่างหาก (คงเป็นเพราะตกแต่งด้วยไม้นะครับ)
แล้วผมก็มุ่งตรงไปยังประตูทางออก ระหว่างทางก็แวะชมสินค้าปลอดภาษีเล็กน้อย
เช่นเคย มีปลา Norwegian Salmon ขายด้วยครับ แต่ผมไม่ได้ซื้ออะไรหรอกครับ
เลยมีเงิน Kroners ติดกระเป๋ากลับบ้านเล็กน้อย แต่ไม่เป็นไรครับ
ผมถือเป็นเคล็ดว่าจะทำให้เราได้กลับไปเยี่ยมอีกครั้งครับ
พอขึ้นเครื่องผมก็ตั้งหน้าตั้งตาหลับเลยครับ เพราะเหนื่อยมาก
แถมเครื่องยัง delay อีกเลยเพลียสุดๆครับ
แล้วผมก็คงต้องจบการรายงานบันทึกการท่องเที่ยวของผมไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ
หากโชคดีอาจมีภาค 2 ในหน้าร้อนหน้าเมื่อผมจะไปเยีอน Oslo
อีกครั้ง เพราะผมได้สัญญากับ Peter และเพื่อนๆ ของเค้าไว้หลายๆ
คนครับว่าจะกลับไปเยี่ยมพวกเค้าอีกครั้งหนี่งครับ หรืออาจมีบันทีกการท่องเที่ยวของเมืองอื่นๆ
ที่ผมจะได้ไปเที่ยวในเร็วๆ นี้นะครับ
======
จบบริบูรณ์=======
|