แบกเป้
10 วัน มันส์ที่
"กรีซ"
ภาพและเรื่องโดย
: Tom & Jerry
ตอนที่
[ 1 ] [ 2
] [ 3 ] [ 4
] [ 5 ]
ตอนที่
3 : คืนแรกบนเกาะ
Mykonos
และแล้วเครื่องก็ถึงที่สนามบิน
Athens แต่เช้าโดยสวัสดิภาพ หลังจากรับกระเป๋าเรียบร้อย
ก็เลยเดินไปหา domestic terminal เพื่อที่จะต่อเครื่องไปเกาะ
Mykonos ตามแผนที่ได้วางเอาไว้ แต่หาเท่าไรก็หาไม่เจอ
เปิดดู brochure แผนที่แอร์พอร์ตก็แล้ว
เดินดูตามป้ายต่างๆ ก็แล้ว ก็ยังไม่เจอ
จนกระทั่งสุดท้ายตัดสินใจไปถาม Information
ถึงได้รู้ว่า สนามบินที่ Athens ไม่ได้แยกกันระหว่างต่างประเทศกับในประเทศ
counter check-in จะอยู่ปนๆ กันไปหมด
เพราะฉะนั้นใครที่ได้มีโอกาสไปกรีซ ระวังอย่าไปทำตัวกระเหรี่ยงแบบพวกผมหล่ะ
อีกอย่างสนามบินที่นี่ใหญ่มากๆ ไม่คิดเลยว่าสนามบินของประเทศเล็กๆ
อย่างกรีซจะมีแอร์พอร์ตที่ใหญ่เทียบเท่าได้กับเมืองใหญ่อื่นๆ
อย่าง Amsterdam หรือ Parisได้ขนาดนี้
(คงไม่เว่อร์ไปน่ะ 555)
ตอนนั้นประมาณซัก
7 โมงเช้า พวกผมจะต้องต่อเครื่องไปเกาะ
Mykonos กันตอน 9 โมง เลยรีบเดินหา counter
check-in สำหรับไฟล์ทนี้ พอเจอ กลับเห็นมีป้ายประกาศไว้หน้าเคาน์เตอร์ว่าไฟล์ทตอน
9 โมงยกเลิก ต้องรอไปไฟล์ทตอนเที่ยงแทน
เอาหล่ะซิ..อีกตั้งกี่ชั่วโมง จะไปทำอะไรหล่ะ
ผมเลยออก idea ว่าถ้างั้น เราลองเดินเล่นในแอร์พอร์ตดูแล้วกัน
จะได้เดินหาข้อมูลเรื่องโรงแรมที่พักที่เกาะ
Mykonos ด้วย พี่เค้าเห็นดีเห็นงาม เลยลากกระเป๋ากันเดินตุบปัดตุบเป๋ไปเรื่อย
จนมาเจอ counter จองโรงแรมอันนึง มีป้าแก่ๆ
หน้าตาใจดีนั่งยิ้มอยู่ พอเห็นผม 2 คนท่าทางกระเหรี่ยงๆ
แกเลยเรียกเข้าไป ไม่รอช้าผมเลยเข้าไปติดต่อถามข้อมูลเกี่ยวกับที่พักที่เกาะ
ป้าแกก็หยิบเอา brochure โรงแรมต่างๆ
มาให้ดูเพียบบบ... มีทั้งแพงมั่ง ไม่แพงมั่ง
สวยมั่งไม่สวยมั่ง เลือกไปเลือกมาจนมาเจออยู่อันนึง
สอบถามราคา ป้าแกก็บอกว่าแค่คืนละ55 ยูโรเอง
(ตอนนั้นยูโรละ 38 บาท) ไม่แพงหรอก ถ้าเดิน
walk-in เข้าไปจองเองอาจได้ราคาแพงกว่านี้น่ะ
ด้วยความงง เพราะแกพูดเยอะมาก ประกอบกับยังง่วงอยู่ก็เลยโอเค
ขอจองไปแค่ 2 คืนแล้วกัน อีก 2 คืนที่เหลือ
ถ้าถูกใจค่อยจองต่อ ถ้าไม่ชอบจะได้เปลี่ยนไปนอนที่อื่นแทน
หลังจากเจรจาจ่ายเงินค่าจองกับป้าเสร็จ
ก็ไม่รู้จะไปทำอะไรต่อแล้ว เลยตัดสินใจหาที่นั่งกันดีกว่า
เลยเดินไปเจอร้าน McDonald's มีคนนั่งอยู่เต็มใปหมด
ร้านแมคที่นี่ใหญ่มากๆ มีกระจกใสติดตลอดแนว
มองทะลุออกไปเห็น runway ได้ เลยมีนักท่องเที่ยวชอบมานั่งดูเครื่องขึ้นเครื่องลง
ระหว่างต่อเครื่องกันแบบพวกผม ผมกับพี่เลยตัดสินใจมานั่งรอกันที่นี่
นั่งบ้าง หลับบ้าง สลับกันไป จนใกล้ 11โมง
เลยเดินออกไปที่ counter check-in
พนักงานของ Olympic Airways น่ารักมากๆ
เลยครับ อัธยาศัยดี พอรู้ว่าผมเป็นพนักงานสายการบินเหมือนกัน
ก็ชวนคุยใหญ่ แถมยังหยอกอีกว่า "การบินไทยมีแต่เครื่องใหญ่
แล้วมานั่งเครื่อง ATR ไปเกาะ Mykonos
แบบนี้ไม่กลัวรึงัย?" หึ!! ขู่กันเรอะ??
พอถึง
gate ผมก็เห็นว่าเป็นเครื่อง ATR จริงๆ
สภาพมันเก่ามากๆ จนไม่อยากจะเชื่อว่ามันยังบินได้อยู่อีกเหรอ?
พอเข้าไปที่เครื่อง ก็เห็นว่าสภาพด้านในมันก็ไม่ได้แพ้ด้านนอกเลย
จะดีอยู่หน่อยที่แอร์สวย 2 คนยืนรอ welcome
อยู่ พอก่อนเครื่องจะ take off แอร์ 2
คนนั้นก็ออกมาทำ oxygen mask and life
vest demonstration ให้ดูแบบไม่เขอะเขิน
แต่ดูแล้วก็แปลกดี
ระหว่างที่เครื่องทำการบินอยู่
แอร์จะเดินออกมา serve น้ำให้แค่คนละแก้ว
ก่อนหายเข้าครัวไป แล้วไม่ออกมาอีก แต่ผมไม่ได้ใส่ใจหรอกครับ
เพราะกำลังตื่นตาตื่นใจกับวิวเบื้องล่างอยู่
เพราะเครื่องมีเพดานบินที่ไม่สูงนัก ผมเลยมองเห็นทะเลอีเจียนตลอด
50 นาทีที่อยู่บนเครื่องเลยครับ สวยจับใจจริงๆ
น้ำทะเลสี torquoise ไล่เป็นเฉดต่างๆ
สลับกับบ้านหลังเล็กสีขาวทั้งหลังตามชายฝั่ง
พอเครื่องถึงที่สนามบิน
Mykonos ผู้โดยสารทุกคนต้องเดินเข้าตัว
terminal เอง สนามบินที่นี่เล็กน่ารักดีครับ
มีสายพานรับกระเป๋าแค่อันเดียว ตัวอาคารทาสีขาวจั๊วตลอดทั้งตึกตามสไตล์
Greek Islands ผมเดินจากเครื่องออกมาไม่ถึง
20 ก้าว ก็มายืนอยู่หน้าแอร์พอร์ตแล้วครับ
ยืนมองซ้ายมองขวาไม่รู้จะไปไหนดี เลยหยิบ
Lonely Planet ที่ยืมเพื่อนมา ออกมาอ่านดู
ในนั้นบอกว่าจะมีรถเมล์อยู่สายนึงเข้าไปส่งในตัวเมืองได้
ผมกับพี่เลยไปยืนรอที่ป้ายรถเมล์ รออยู่ตั้งนานก็ไม่มีวี่แววว่ารถจะมา
ระหว่างนั้นก็หันไปสังเกตเห็นว่า นักท่องเที่ยวคนอื่นที่มาเครื่องลำเดียวกัน
ค่อยๆ ทะยอยเรียก taxi กันไปหมด ไม่มีใครเดินมารอรถเมล์เหมือนผมสองคนเลย
ผมเห็นท่าไม่ดีเลยตัดสินใจเดินเข้าไปถามพนักงานสายการบินในแอร์พอร์ต
ถึงรู้ว่า Lonely Planet ที่ผมมีมันไม่
update แล้ว เพราะบริการรถเมล์ได้ยกเลิกไปแล้วเกือบปี
ผมเลยหงายหลังตึงออกมา แล้วรีบเรียก taxi
เข้าเมืองทันที เพราะพนักงานในแอร์พอร์ตบอกว่า
taxi ที่นี่จะไม่เวียนเข้ามารับผู้โดยสารในแอร์พอร์ต
ถ้าไม่มีเครื่องมาลง แล้ว flight ที่จะมาที่นี่อีกที
ก็อีกตั้งเกือบ 3 ชั่วโมงเลยครับ
นั่งรถไปไม่กี่อึดใจก็ถึง
Mykonos town ที่นี่เป็นศูนย์กลางของเกาะเลยครับ
ร้านค้า ร้านอาหาร ภัตตาคาร ร้านขายของ
แล้วก็ตลาด จะกระจุกตัวอยู่ที่นี่หมด
เพราะฉะนั้นใครจะทำอะไร ซื้ออะไร ต้องมาที่นี่ที่เดียวครับ
เลยมีคนเดินไปเดินมาลานตาไปหมด ระหว่างลงจากรถ
พี่เค้าก็เหลือบตา มองไปเห็นร้านเช่ารถอยู่ร้านนึง
น่าสนใจดี เลยกะว่าจะเช่ารถก่อนแล้วค่อยขับไปที่โรงแรม
เท่ห์ๆ ดี ผมเห็นดีด้วย เลยเดินเข้าไปสอบถามดู
ราคาก็ไม่แพงมาก พอรับได้ เลยตกลงเช่า
Benz Smart สีเหลืองอ๋อยมาคันนึง เท่ห์มากๆ
รถที่นี่พวงมาลัยอยู่ด้านซ้ายครับ ตอนแรกเลยไม่ชินเท่าไร
แต่ซักพักก็โอเค ขับไปขับมาก็ทั่วเกาะแล้วครับ
เลยหยิบ voucher โรงแรมที่จองกับป้าไว้
แล้วขับตามแผนที่ที่แนบมา ไม่นานก็ถึงโรงแรมแล้วครับ
โรงแรมอันนี้ชื่อ
Kamari Beach Hotel อยู่ที่หาด Platiyalos
สวยดีเหมือนกับที่เห็นใน brochure เลยครับ
เป็นสไตล์เมดิเตอเรเนียน โรงแรมนี้เป็นโรงแรมเล็กๆ
แบบเจ้าของโรงแรมมาทำ reception เองเลยครับ
เค้ารับ voucher ไป กดดูอะไรใน computer
นิดหน่อย แล้วก็พาไปที่ห้อง ห้องสวยดีครับ
ไม่เล็กไม่ใหญ่ มองจากหน้าต่างออกไป ก็เห็นทะเลอยู่เบื่องหน้า
สุดยอดจริงๆ ผมกับพี่เดินสำรวจห้องมุมต่างๆ
ทุกอย่างโอเคหมด ยกเว้นอย่างเดียวคือ
ห้องน้ำที่เล็กมากๆ จนกางแขนสองข้างออกก็แตะผนังทั้งสองฝั่งได้เลยทีเดียว
นั่งคุยกันบนเตียงไปซักพัก ก็ผล่อยหลับไป
เพราะเหนื่อยจากการเดินทาง น้ำก็ไม่ได้อาบ
:-P ยึ๊ยย...รับตัวเองไม่ได้
ตื่นมาอีกทีตอนเย็น
ซักเริ่มหิวเลยอาบน้ำแต่งตัวออกไปหาไรกินกัน
ระหว่างที่รอพี่เค้าเข้าไปอาบน้ำ ผมก็เดินสำรวจห้องไปเรื่อยๆ
จนไปเจอกระดาษแปะอยู่หลังประตูห้องแผ่นนึง
เป็นตารางค่าห้องของโรงแรม ห้องแบบไหน
ราคาเท่าไร มีบอกไว้หมด ผมลองไล่ไปเรื่อยๆ
จนมาถึง double room ที่ผมจองกับป้ามา
50 ยูโรเองครับ!! ป้าหลอกนี่หว่า....
ผมหล่ะโกรธมาก เสียค่าบื้อให้ป้าไป 2
คืนตั้ง 10 ยูโร เสียด๊าย เสียดาย
หลายคนคงสงสัยว่า
ไอ้แผ่นที่แปะอยู่หลังประตูห้องจะเชื่อถือได้รึป่าว
ผมบอกได้เลยว่าเชื่อถือได้ 100% ครับ
เพราะเป็นกฎข้อบังคับของกระทรวงการท่องเที่ยวของกรีซ
ที่บังคับให้โรงแรมติดแผ่นป้ายบอกราคาค่าห้องต่างๆ
ไว้ที่หลังประตูของทุกห้องพัก แล้วก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยมาสุ่มตรวจดูอยู่เรื่อยๆ
เพื่อป้องกันไม่ให้โรงแรมต่างๆ ขึ้นราคาห้องได้ตามอำเภอใจ
โดยเฉพาะในช่วง peak season ครับ
ขับรถออกมาด้วยอารมณ์บ่จอยนัก
อากาศที่นี่ กลางวันก็ร้อนอยู่พอสมควร
แต่พอตกเย็นก็เริ่มหนาว ผมเลยต้องหยิบเอาแจ๊คเก็ตบางๆ
ที่เตรียมมาขึ้นมาใส่ซักหน่อย พอถึงตัวเมือง
เห็นร้านอาหารตั้งเรียงเป็นแถบ เลยลืมเรื่องป้าขี้โกงไปเลย
อาหารแต่ละร้านน่ากินมากๆ ครับ เป็นอาหารทะเลทั้งนั้น
หน้าร้านทุกร้านจะมีเมนู โชว์หน้าตาอาหารจานต่างๆ
รวมทั้งราคากำกับไว้ด้วย ผมเลยเดินดูไปเรื่อยๆ
ตื่นตาตื่นใจดี ราคาก็ทำให้ตื่นเต้น ตาลายเหมือนกันทุกร้าน
ไม่รู้จะเลือกร้านไหนดี เพราะแพงเท่ากันหมด
เลยเลือกที่ location ติดทะเล พอเข้าไปนั่ง
สั่งอาหารเรียบร้อย นั่งละเลียดชมวิวไปเรื่อย
มันเลยอดไม่ได้ที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่ง
SMS ไปเยอะเย้ยเพื่อนที่เมืองไทย ว่า
"ผมกำลัง dinner อยู่ริมทะเลอีเจียน"
5555 เท่ห์ซะไม่มี
_
พอหาอะไรใส่ท้องเรียบร้อย
ก็เลยเดินเล่นไปเรื่อยเปื่อย หลายคนคงทราบดีแล้วว่า
Mykonos เป็นสวรรค์ของนักท่องราตรี โดยเฉพาะคืนวันศุกร์กับเสาร์
ที่นี่จะคร่าคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวกรีกเองที่นั่งเรือข้ามมาจากเอเธนส์
และคนต่างชาติเดินกันขวักไขว่ไปหมด บรรยากาศก็ประมาณสีลมซอย
4 หรือไม่ก็ RCA เล็กๆ แบบบ้านเราเลยครับ
ถ้าผมจำไม่ผิด คืนนั้นรู้สึกจะเป็นคืนวันเสาร์พอดี
คนเยอะมากๆ ด้วยความเป็นคนไม่ (ค่อยชอบ)
เที่ยว แต่ก็อยากสนุก เลยได้แต่เดินดูไปเรื่อยๆ
เข้าร้านโน่นออกร้านนี้ ก็สนุกดีเหมือนกัน
ด้วยความที่หนาวไปหน่อย เดินอยู่ได้ไม่นานเลยถอยทัพกลับไปนอนดีกว่า
อ่านต่อ
- ตอนที่ 4
<<
แสดงความคิดเห็น/ตั้งกระทู้เกี่ยวกับเรื่องเล่านี้ที่นี่
>>
