Home | Travel News | Promotion | Book Flight | Book Hotel


ย่ำแดนภูเขาไฟในชวาตะวันออก EP 1…ตามรอย "มัชปาหิต" July 30, 2014, 9:57am
Welcome, Guest. Please login or register.
Forum Login
Login Name: Create a new account
Password:     Forgot password

TourLok.com - Traveller Online Community    Tourlok.com : ท่องโลก ชีวิตการเดินทาง    รีวิว - การเดินทาง สถานที่ท่องเที่ยว ภาพถ่าย ที่พัก  ›  ย่ำแดนภูเขาไฟในชวาตะวันออก EP 1…ตามรอย "มัชปาหิต" Moderators: Admin, นักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์, Co Admin
Users Browsing Forum
No Members and 5 Guests

ย่ำแดนภูเขาไฟในชวาตะวันออก EP 1…ตามรอย "มัชปาหิต"  This thread currently has 12,050 views. Print Print Thread
4 Pages « 1 2 3 4 » All Recommend Thread
NMkrung
March 2, 2007, 11:11am Report to Moderator Report to Moderator
นักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์
Posts
333
Time Online
6 hours 55 minutes
Candi Wringin Lawang เหลือแต่ส่วนของประตูทางเข้าเพียงเท่านั้นแหละครับ ตัวเทวสถานทั้งหมดสูญหายไปหมดแล้ว...แต่ขนาดของประตูนี่ก็ใหญ่โตโอฬารไม่น้อยนะครับ ดูจากขนาดแล้วสูงใหญ่กว่า “ประตูท่าแพ” เมืองเชียงใหม่ซะอีกนะครับเนี่ย...นี่แค่ซุ้มประตูยังใหญ่โตปานนี้ แล้วถ้าตัวเทวสถานจริงๆยุคโบราณจะใหญ่โตขนาดไหนล่ะเนี่ย โอ้ววว  

ดูไปดูมาก็คุ้นๆนะครับ เพราะที่นี่ก็ทำเป็นซุ้มประตูผ่าครึ่งแยกจากกัน แบบเดียวกับที่เคยเห็นในเกาะบาหลีเลยครับ เรียกว่า “Candi Bentar"...อ่าฮ่า เข้าใจแล้วครับ ที่แท้ก็คือว่า ซุ้มประตูแบบผ่าครึ่งสมัยมัชปาหิตที่ Candi Wringin Lawang นี่เอง ที่เป็น original ต้นตำรับดั้งเดิมของซุ้มประตูสไตล์บาหลี ที่เราเห็นกันมากมายอย่างเจนตานั่นเองล่ะครับ...อืมมม...  



Attachment: dsc05558_2940.jpg
Size: 63.27 KB

Logged Offline
Private Message Private message Reply: 20 - 66
NMkrung
March 2, 2007, 11:12am Report to Moderator Report to Moderator
นักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์
Posts
333
Time Online
6 hours 55 minutes
จากนั้นผมก็แวะมาทัศนศึกษา (ใช้คำซะหรูเชียว...อิอิ) ที่พิพิธภัณฑ์โบราณคดี (Museum Purbakala) ประจำเมือง Trowulan ครับ...

เข้ามาก็เจอนี่เลย “ยักษ์ทวารบาล” Javanese Style ยืนพิงกระบองอย่างเท่ รอรับแขกหน้าทางเข้าพิพิธภัณฑ์นี่ล่ะครับ...ว่าแต่ว่า ใบหน้าพี่ท่านหายไปไหนล่ะเนี่ย???  



Attachment: dsc05562_2431.jpg
Size: 63.43 KB

Logged Offline
Private Message Private message Reply: 21 - 66
NMkrung
March 2, 2007, 11:12am Report to Moderator Report to Moderator
นักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์
Posts
333
Time Online
6 hours 55 minutes
หน้าตาพี่ยักษ์แกหายไปไม่เท่าไหร่หรอกครับ...ดูเครื่องทรงพี่แกซะก่อน หรูหรามิใช่น้อย แถมยังมีลายหัวกะโหลก ออกแนว hardcore อีกตะหาก...มือพี่ท่านถือบ่วงบาศไว้จับปิศาจร้าย ป้องกันไม่ให้เข้ามาทำอันตรายในนี้ได้...ดีไซน์แจ๋วจริงๆครับ



Attachment: dsc05565_14.jpg
Size: 63.92 KB

Logged Offline
Private Message Private message Reply: 22 - 66
NMkrung
March 2, 2007, 11:13am Report to Moderator Report to Moderator
นักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์
Posts
333
Time Online
6 hours 55 minutes
ที่นี่ต้องเสียค่าเข้าชมอีก 5,000 Rp.ครับ ภายในตัวอาคารพิพิธภัณฑ์เนี่ย ถ่ายรูปไม่ได้นะครับ (ไม่เหมือนพิพิธภัณฑ์ใหญ่ในกรุงจาการ์ตา ที่นั่นถ่ายรูปได้อย่างเมามันมากๆ)...  

นิทรรศการที่นี่มีไม่เยอะครับ แบ่งเป็น Prehistory Gallery (อันนี้มีนิดเดียวเอง) Majapahit Civilization Gallery (อันนี้ใหญ่หน่อย มีของน่าสนใจหลายอย่าง) และอีกห้องนึงกำลังปรับปรุงการจัดแสดงอยู่ เลยไม่ได้เปิดให้ชมครับ...




Attachment: dsc05567_7626.jpg
Size: 61.88 KB

Logged Offline
Private Message Private message Reply: 23 - 66
NMkrung
March 2, 2007, 11:14am Report to Moderator Report to Moderator
นักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์
Posts
333
Time Online
6 hours 55 minutes
ในห้อง Majapahit Civilization Gallery มีโบราณวัตถุน่าสนใจหลายอย่าง ทั้งที่เป็นพระพุทธรูป เทวรูป เครื่องปั้นดินเผาต่างๆแบบที่ชาวมัชปาหิตชำนาญ...ที่โดนใจสุดๆคือ “หมูกระปุกออมสิน” อายุ 700 ปีครับ!!! ซึ่งผมเคยเห็นในพิพิธภัณฑ์จาการ์ตาแล้วตัวนึง อ้วนกลมเชียวครับ...ในพิพิธภัณฑ์นี้มีอยู่ 4 ตัว ขุดพบในบริเวณเมือง Trowulan นี่ล่ะครับ ลักษณะเป็นดินเผาสีส้มๆรูปหมู ตัวอ้วนกลมน่ารัก บนหลังเจาะเป็นรูหยอดเหรียญ...โอ้ววว อันนี้ต้องเป็น “บรรพบุรุษ” ของกระปุกออมสินรูปหมูที่มีอยู่ทั่วโลกแน่ๆเลยครับ!!!  

มีคำอธิบายบอกไว้ทำนองว่า “ชาวมัชปาหิตโบราณ เป็นคนรู้จักเก็บออมทรัพย์สิน จึงนิยมทำกระปุกรูปหมูไว้เก็บเงินมากมาย” ไอเดียบรรเจิดจริงๆ อิอิอิ...นี่ถ้าชาวมัชปาหิตโบราณเมื่อ 700 ปีก่อนรู้ว่า ในโลกปัจจุบันนี้ก็ยังทำกระปุกออมสินเป็นรูปหมูอยู่ล่ะก็...เค้าคงจะภูมิใจมากเลยนะครับว่า ได้สร้าง “นวัตกรรม” ที่มีอิทธิพลแพร่หลายทั่วโลกมายาวนานหลายร้อยปี ไม่ว่าที่ไหนประเทศใด กระปุกออมสินก็จะเป็นรูปหมูทั้งสิ้น...น่าทึ่งมั้ยล่ะครับ!!!  

(รูปกระปุกหมูข้างบนนี้ ผมถ่ายจากพิพิธภัณฑ์ที่กรุงจาการ์ตา เมื่อปีที่แล้วครับ...เพราะในพิพิธภัณฑ์เมือง Trowulan ห้ามถ่ายรูป แต่ผมเอามาประกอบเพื่อให้เห็นภาพ “บรรพบุรุษ” กระปุกหมูออมสินอายุ 700 ปีของอาณาจักรมัชปาหิตที่ว่านี่ล่ะครับ)



Attachment: dsc05569_9970.jpg
Size: 59.28 KB

Logged Offline
Private Message Private message Reply: 24 - 66
NMkrung
March 2, 2007, 11:15am Report to Moderator Report to Moderator
นักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์
Posts
333
Time Online
6 hours 55 minutes
ด้านนอกพิพิธภัณฑ์มีหลุมขุดค้นทางโบราณคดี (Site Museum) ด้วยครับ...ตรงนี้น่าจะเป็นส่วนของ “บ้าน” ของชาวมัชปาหิตในอดีตอ่ะครับ ซึ่งน่าจะเป็นที่อยู่ของชนชั้นสูงด้วย เพราะมีร่องรอยของการปูพื้นด้วยหินกรวดแม่น้ำ การกั้นผนังก่ออิฐ และร่องรอยของ “ตุ่มใส่น้ำ” ด้วยนะครับ...  


ได้มาเห็นหลุมขุดค้นอย่างนี้ ทำให้ผมนึกถึงบรรยากาศเก่าๆเมื่อไปออก Field ขุดตอนปี 1-3 สมัยเรียน ป.ตรีและเพลงคณะที่กันร้องประจำเลยอ่ะครับ...

“...พวกเราชาวโบราณคดี พวกเรานี้ลำบากยากเย็น
บุ้งกี๋ อีเตอร์ จอบ เสียม ตระเตรียมแต่เช้าถึงเย็น
ขุดเว้ยขุด ขนเว้ยเข็น เปิดให้เห็น..โบราณคดี...”


เดี๋ยวนี้ผมจบมานานแล้วครับติดสบายไปซะแล้ว ให้ผมไปขุดค้นแบบนี้อีกคงเอวเคล็ดแน่ๆล่ะครับ เหอๆๆๆ



Attachment: dsc05571_2122.jpg
Size: 63.32 KB

Logged Offline
Private Message Private message Reply: 25 - 66
NMkrung
March 2, 2007, 11:16am Report to Moderator Report to Moderator
นักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์
Posts
333
Time Online
6 hours 55 minutes
ใกล้ๆกับหลุมขุดค้น จะมีลานจัดแสดงประติมากรรมโบราณ ที่แกะสลักจากหินภูเขาไฟด้วยครับ...ชิ้นนี้จะเป็นรูปครุฑ หรือที่คนอินโดนีเซียเรียกตามภาษาสันสกฤตว่า “Garuda”

จุดที่น่าสังเกตคือ ครุฑของอินโดจะมีปากยาวๆเหมือนนกปากห่าง ดูค่อนข้างจะน่ารักปนขบขัน ไม่ค่อยจะวางมาดหล่อเท่แบบครุฑของไทยเราอ่ะครับ...ก็แปลกไปอีกแบบนะครับ แฮ่ๆๆ  



Attachment: dsc05574_6919.jpg
Size: 62.74 KB

Logged Offline
Private Message Private message Reply: 26 - 66
NMkrung
March 2, 2007, 11:17am Report to Moderator Report to Moderator
นักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์
Posts
333
Time Online
6 hours 55 minutes
อันนี้น่าจะคุ้นเคยกันดี “ศิวลึงค์” สัญลักษณ์ของเพศชาย รูปเคารพแทนองค์พระศิวะอ่ะครับ...ศิวลึงค์จะต้องตั้งอยู่บนฐาน “โยนี” สัญลักษณ์ของเพศหญิง แทนองค์พระอุมาภควดีเสมอครับ...คล้ายๆกับที่ปราสาทหินพนมรุ้งนะครับ แต่ศิลปะชวาจะเน้นพวกลวดลายประดับต่างๆเยอะหน่อยอ่ะครับ...



Attachment: dsc05588_235.jpg
Size: 63.87 KB

Logged Offline
Private Message Private message Reply: 27 - 66
NMkrung
March 2, 2007, 11:18am Report to Moderator Report to Moderator
นักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์
Posts
333
Time Online
6 hours 55 minutes
สิ่งที่ถือว่าเป็น “Masterpiece” ของพิพิธภัณฑ์ประจำเมือง Trowulan ก็คือ “พระนารายณ์ทรงสุบรรณ” เทวรูปองค์ใหญ่สูงท่วมหัว แกะสลักเป็นรูปพระนารายณ์สี่กร ประทับอยู่เหนือพญาครุฑที่กำลังกางปีกอย่างสง่างาม...เทวรูปองค์นี้อายุเกือบพันปีแล้วนะครับ นักโบราณคดีเชื่อกันว่า น่าจะเป็นเทวรูปฉลองพระองค์ของ “พระเจ้าไอร์ลังคะ” (King Airlangga) มหาราชผู้ยิ่งใหญ่ของเกาะชวาในอดีตครับ...

..............................................................................................................................................................

ใครคือ พระเจ้าไอร์ลังคะ...???
“พระเจ้าไอร์ลังคะ” (King Airlangga) เป็นพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ ผู้สืบเชื้อสายจากทั้งสองราชวงศ์ คือราชวงศ์มะตะราม (Mataram) ซึ่งปกครองเกาะชวา และราชวงศ์อุทยัน (Udayana) ซึ่งปกครองเกาะบาหลี ในช่วงเมื่อประมาณ 1,000 ปีมาแล้ว...พระองค์เป็นผู้ฟื้นฟูความเจริญของเกาะชวา หลังจากที่อาณาจักรต่างๆของชวาต้องระส่ำระสาย เพราะถูกรุกรานโดย “อาณาจักรศรีวิชัย”…พระเจ้าไอร์ลังคะสามารถกอบกู้เอกราชของชวา ปลดแอกจากอำนาจพวกศรีวิชัยได้ แล้วจึงทรงรวบรวมบ้านเมืองในเกาะชวาเป็นปึกแผ่น ตั้งราชธานีใหม่ในเขตชวาตะวันออก แล้วสร้างความเจริญมากมายให้แก่อารยธรรมบนเกาะชวา ทั้งด้านการปกครอง ศิลปกรรม ทำนุบำรุงศาสนาฮินดูให้รุ่งเรือง และแผ่อำนาจเข้าปกครองเกาะบาหลีด้วยครับ...ประวัติศาสตร์อินโดนีเซียยกย่องพระองค์ว่าเป็น “มหาราช” ที่สำคัญที่สุดองค์นึงเลยล่ะครับ...

(เทียบดูแล้ว พระเจ้าไอร์ลังคะก็คงเหมือน “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ของไทยเรานี่ล่ะครับ ในการกู้บ้านกู้เมืองและสร้างความเป็นปึกแผ่นของอาณาจักรนี่ล่ะครับ)

..............................................................................................................................................................

เทวรูปองค์นี้เค้าว่า อัญเชิญมาจาก “สระศักดิ์สิทธิ์แห่งเบลาหัน” (Holy Bathing Place of Candi Belahan) ที่อยู่บนภูเขาเปหนังกุหงัน (Gunung Penanggungan) อ่ะครับ ผมทราบเข้าก็หูผึ่ง เพราะเคยได้ยินเรื่องสระศักดิ์สิทธิ์นี้ มาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว วันนี้เองผมก็วางแผนว่าจะไปให้ถึงที่นั่นให้ได้ด้วยครับ...แม้ว่าในคู่มือ Lonely Planet จะบอกว่าสระศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ “difficult to reach” ก็ตามครับ...เดี๋ยวตามมาดูภาคบ่ายนะครับว่าผมจะไปถึงมั้ย หุหุ




Attachment: dsc05583_266.jpg
Size: 63.73 KB

Logged Offline
Private Message Private message Reply: 28 - 66
NMkrung
March 2, 2007, 11:19am Report to Moderator Report to Moderator
นักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์
Posts
333
Time Online
6 hours 55 minutes
ผมใช้เวลาอยู่ในพิพิธภัณฑ์นานเป็นชั่วโมงเลยครับ ดูเสร็จจนอิ่มตาแล้วก็ตระเวนรอบเมือง Trowulan ดูร่องรอยราชธานีของอาณาจักรมัชปาหิตต่อครับ...ที่ต่อมาก็คือ “Candi Bajang Ratu” จันทิบาจังระตู ที่นี่ก็เหลือแต่ซุ้มประตูเช่นกันครับ ตัวเทวสถานสูญไปหมดแล้วครับ

ผมชอบรูปทรงของซุ้มประตู Candi Bajang Ratu นี่นะครับ ดูทรวดทรงอ่อนช้อยสวยงามดีอ่ะครับ เปรียบเหมือนผู้หญิงวัยแรกรุ่น หุ่นเพรียวระหง สวยสง่าทุกย่างก้าว ว้าวๆๆๆ...

แต่เอ พูดไปพูดมาชักจะพร่ำเพ้อนอกเรื่อง แล้วโบราณสถานเนี่ย มันเกี่ยวกะสาววัยแรกรุ่นตรงไหนเหรอ หุหุ???  



Attachment: dsc05605_4350.jpg
Size: 61.24 KB

Logged Offline
Private Message Private message Reply: 29 - 66
NMkrung
March 2, 2007, 11:20am Report to Moderator Report to Moderator
นักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์
Posts
333
Time Online
6 hours 55 minutes
เหนือซุ้มประตูก็ต้องมีรูป “กาละ” หรือ “หน้ากาล” กำลังเหลือกตาแยกเขี้ยว หมายจะข่มขู่ขับไล่สิ่งชั่วร้าย มิให้เข้ามากล้ำกรายพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เช่นเดียวกับที่พบมากมายตามเทวาลัยในเกาะบาหลีอ่ะครับ...แต่เคยสังเกตกันบ้างมั้ยครับ ว่าลักษณะ “หน้ากาล” Javanese style และ Balinese style เนี่ยต่างกันยังไง...ผมจะมากระซิบให้ครับ...

หน้ากาลแบบบาหลี...ต้องกางห้านิ้วอวดเล็บเรียวแหลมเสมอ...แบบในรูปที่ลิงค์นี้อ่ะครับ http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E5117115/E5117115-41.jpg
หน้ากาลแบบชวา...ต้องชูสองนิ้วอวบๆ สู้ตายครับ!!! เหมือนในรูปข้างล่างนี่นะครับ อิอิ  



Attachment: dsc05596_6991.jpg
Size: 63.17 KB

Logged Offline
Private Message Private message Reply: 30 - 66
NMkrung
March 2, 2007, 11:21am Report to Moderator Report to Moderator
นักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์
Posts
333
Time Online
6 hours 55 minutes
เนื่องจากเวลาอันจำกัด ผมเลยต้องมาที่ “Candi Tikus” จันทิติกุส เป็นจุดสุดท้ายในเขตเมือง Trowulan แล้วล่ะครับ เดี๋ยวต้องไปที่อื่นต่อแล้ว...Candi Tikus นี่เคยเป็นสระน้ำของพระราชาแห่งมัชปาหิต สำหรับเสด็จลงสรงสนานสำราญพระทัย ท่ามกลางพระชายาและนางสนมทั้งปวง...ดูๆไปผมว่าก็น่าจะคล้ายๆ “ฮาเร็ม” ของมหาราชาในอินเดียล่ะมั้งครับเนี่ย ท่าทางในยุคมัชปาหิตนี่น่าจะสนุกเนอะ...เหอๆๆ  



Attachment: dsc05621_3992.jpg
Size: 63.36 KB

Logged Offline
Private Message Private message Reply: 31 - 66
NMkrung
March 2, 2007, 11:23am Report to Moderator Report to Moderator
นักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์
Posts
333
Time Online
6 hours 55 minutes
ธงแดงๆรูปวัวบ้า เอ๊ย วัวตาแดงๆแบบนี้ เห็นได้ทั่วไปตามท้องถนนในอินโดนีเซียครับ...เป็นสัญลักษณ์ของ “พรรคประชาธิปัตย์อินโดนีเซีย” (Partai Demokrasi Indonesia) ของอดีตประธานาธิบดีเมฆวาตี สุการ์โน บุตรี อ่ะครับ...ดูท่าทางโหดๆยังไงไม่รู้เนอะ หุหุ...



Attachment: dsc05624_3922.jpg
Size: 58.52 KB

Logged Offline
Private Message Private message Reply: 32 - 66
NMkrung
March 2, 2007, 11:23am Report to Moderator Report to Moderator
นักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์
Posts
333
Time Online
6 hours 55 minutes
พี่โชเฟอร์ของผมบึ่งรถมาตามถนนเลาะเลียบเชิงเขาเปหนังกุหงัน ข้ามจากเมือง Trowulan มายังฝั่งเมือง Padaan ท่ามกลางฝนที่โปรายปรายเม็ดโตขึ้นเรื่อยๆ ใจผมก็ชักจะหวั่นกะสภาพอากาศนี่ล่ะครับ เพราะถ้าฝนตกอย่างนี้อาจจะชวดโปรมแกรม Candi Jawi และการค้นหาสระศักดิ์สิทธิ์แห่งเบลาหัน ที่หมายมั่นไว้ตั้งแต่แรกอ่ะดิครับ...เผอิญว่านี่เป็นเวลาใกล้เที่ยงพอดี ท้องชักร้องแล้ว แวะกินข้าวก่อนดีกว่าครับ จะได้รอฝนหยุดตกด้วย...

ร้านที่แวะดูใหญ่โตโอ่โถงดีครับ เพราะถนนเส้นนี้เป็นทางผ่านขึ้นไป "Tretes" สถานตากอากาศบนภูเขาที่ชาวสุราบายานิยมครับ ร้านอาหารแถวนี้เลยต้องดูดีเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์ครับ...

แต่เผอิญวันนั้นผมชักเซ็งๆกะสภาพอากาศ ก็เลยไม่มีกะจิตกะใจกับการดูเมนูนัก เลยได้สั่งเป็น “เมนูสิ้นคิด” อย่าง Nasi Goreng Istimewa หรือข้าวผัดไข่ดาวนั่นเองอ่ะครับ...ปรากฏว่าร้านนี้ดันผัดอร่อยแฮะ ให้ข้าวเยอะด้วยพูนจานมาเลย เผลอแป๊บเดียวผมก็ฟาดเรียบครับ อิอิอิ



Attachment: dsc05627_6327.jpg
Size: 56.28 KB

Logged Offline
Private Message Private message Reply: 33 - 66
NMkrung
March 2, 2007, 11:24am Report to Moderator Report to Moderator
นักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์
Posts
333
Time Online
6 hours 55 minutes
เดชะบุญคำอธิษฐานของผมที่ขอกะหลวงพ่ออ้วนจะเป็นจริง...ทานข้าวเที่ยงเสร็จปุ๊บฝนก็ขาดเม็ดเลยครับ...งั้นไปลุยกันต่อเลยนะครับ...หุหุ

“Candi Jawi” คือที่หมายต่อมาครับ...ปราสาทหินหลังนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากร้านอาหารที่ผมแวะทานข้าวนี่เอง...จันทิจาวีเป็นปราสาทหินหลังเดียวโดดๆ ตั้งตระหง่านสูงเด่นอยู่ตรงที่ลาดเชิงเขาอรชุน (Gunung Arjuno) ดูสภาพยังสมบูรณ์ดีนะครับ เพราะนักโบราณคดีชาวดัชท์ได้จัดการบูรณะ ตั้งแต่สมัยอาณานิคมแล้วครับ...ปราสาทจันทิจาวีแห่งนี้ เชื่อกันว่าเป็นที่ฝังพระอัฐิของพระเจ้ากฤตนคร (King Kertanagara) พระราชาผู้ที่สร้างองค์พระหลวงพ่ออ้วน Joko Dolog เมื่อ 700 ปีก่อนไงล่ะครับ...

เนื่องจากกษัตริย์องค์นี้ นับถือทั้งศาสนาฮินดูและพุทธ ปราสาทหินจันทิจาวีนี้ก็เลยมีศิลปะของทั้ง 2 ศาสนาเลยครับ...คือตัวปราสาทลักษณะจะเป็นเทวาลัยในศาสนาฮินดู แต่ยอดปราสาททำแหลมๆเหมือนเจดีย์ในพุทธศาสนาครับ...



Attachment: dsc05630_5782.jpg
Size: 63.17 KB

Logged Offline
Private Message Private message Reply: 34 - 66
NMkrung
March 2, 2007, 11:25am Report to Moderator Report to Moderator
นักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์
Posts
333
Time Online
6 hours 55 minutes
ทางขึ้นปราสาทเป็นบันไดแคบๆค่อนข้างชัน ยิ่งหลังฝนตกนี่ต้องระวังนิดนึงนะครับ ถ้าลื่นไถลกลิ้งโค่โล่ลงมาคงดูไม่จืดแน่ๆอ่ะครับ แฮ่ๆๆๆ  




Attachment: dsc05645_1821.jpg
Size: 62.92 KB

Logged Offline
Private Message Private message Reply: 35 - 66
NMkrung
March 2, 2007, 11:25am Report to Moderator Report to Moderator
นักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์
Posts
333
Time Online
6 hours 55 minutes
ในห้องตรงกลางของจันทิจาวี ยังคงมีฐาน “โยนี” ที่เคยประดิษฐานศิวลึงค์อยู่ครับ (แต่องค์พระศิวลึงค์หายไปไหนไม่รู้แล้ว)...ใต้ฐานโยนีมักจะมีรูปศีรษะพญานาค โผล่มาแบบนี้เสมอ เป็นเอกลักษณ์ของศิลปะชวาเค้าล่ะครับ...



Attachment: dsc05652_7833.jpg
Size: 63.73 KB

Logged Offline
Private Message Private message Reply: 36 - 66
NMkrung
March 2, 2007, 11:26am Report to Moderator Report to Moderator
นักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์
Posts
333
Time Online
6 hours 55 minutes
“หน้ากาล” เหนือซุ้มประตูของจันทิจาวี ดูแก้มยุ้ยอวบอิ่มเป็นพิเศษนะครับ สงสัยจะกินดีอยู่ดีอ่ะครับ เหอๆๆๆ



Attachment: dsc05656_8846.jpg
Size: 63.56 KB

Logged Offline
Private Message Private message Reply: 37 - 66
NMkrung
March 2, 2007, 11:27am Report to Moderator Report to Moderator
นักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์
Posts
333
Time Online
6 hours 55 minutes
อันนี้ก็น่ารักครับ เป็นลวดลายรูปสิงโตกำลังแยกเขี้ยวชูขา เพื่อปกปักรักษาไม่ให้สิ่งชั่วร้ายเข้ามาในเทวาลัย...เห็นท่าทางของสิงโตที่นี่ ผมว่าเหมือนแมวที่กำลัง “ตะแง้วๆๆๆ” มากกว่านะครับ ดูน่ารักน่าชังไปอีกแบบ อิอิอิ  



Attachment: dsc05661_1885.jpg
Size: 62.76 KB

Logged Offline
Private Message Private message Reply: 38 - 66
NMkrung
March 2, 2007, 11:28am Report to Moderator Report to Moderator
นักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์
Posts
333
Time Online
6 hours 55 minutes
ตรงฐานของปราสาทจันทิจาวี มีลวดลายแกะสลักเป็นภาพเล่าเรื่องด้วยครับ แต่จะไม่เหมือนอย่างที่บุโรพุทโธ (Borobudur) นะครับ...

เพราะศิลปะชวาตะวันออกของจันทิจาวีนี้ นิยมแกะสลักเป็นภาพวิวทิวทัศน์มากกว่าครับ ในรูปนี้จะเห็นวิว “บ้านสวน” มีกระท่อมหลังคามุงฟาง ท่ามกลางสวนป่าร่มรื่น...ไม่ค่อยนิยมภาพเล่าเรื่องทางศาสนา แบบที่เห็นกันประจำที่บุโรพุทโธนะครับ...ผมว่าก็ดูได้บรรยากาศสบายๆสไตล์พื้นบ้านดีนะครับ ไม่รู้สึกขรึมขลังลี้ลับเหมือนอย่างบุโรพุทโธครับ...  




Attachment: dsc05666_8449.jpg
Size: 53.94 KB

Logged Offline
Private Message Private message Reply: 39 - 66
4 Pages « 1 2 3 4 » All Recommend Thread
Print Print Thread


Thread Rating

There have been 1 votes for this thread.
 

Advertisement with us
Powered by E-Blah Forum Software 10.3.3 © 2001-2008

.