สถานที่น่าเที่ยว
(ต่อ)
เกาะต่างๆ
ของสิงคโปร์
Palua
Ubin
คุณสามารถเดินเที่ยวที่เกาะ
Ubin ซึ่งหลายคนยังเชื่อว่าเป็น "เขตแดนป่า"
แห่งสุดท้ายของสิงคโปร์ ชื่อนี้ได้มาจากคำว่า
Zubin ซึ่งหมายถึงหินแกรนิต ภาพของเหมืองหินแกรนิต
ฟาร์มเลี้ยงกุ้ง หมู่บ้านและแปลกผักอันอุดมสมบูรณ์
ทำให้เกาะนี้ยิ่งดูเป็นธรรมชาติที่เรียบง่าย
ซึ่งแตกต่างจากความทันสมัยในเมืองโดยสิ้นเชิง
นักท่องเที่ยวสามารถเช่าจักรยานขี่เที่ยวรอบเกาะ
ดูนก รับประทานอาหารทะเลที่ร้านอาหารในหมู่บ้าน
หรือเพียงแค่นั่งปล่อยอารมณ์จิบกาแฟหอมกรุ่นสักถ้วยที่ร้านกาแฟในละแวกรอบข้าง
เวลาที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยว
: ตั้งแต่ 9:00-18:00น. เรือที่จะไปยังเกาะ
Palua Ubin จะออกจากท่า Changi Jetty
ตลอดทั้งวัน
เดินทางไปอย่างไร : ขึ้นรถไฟใต้ดิน
MRT ลงที่สถานี Tanah Merah Station
(EW4) จากนั้นนั่งรถบัส SBS สาย 2
หรือ 29 ไปลงที่สถานีรถประจำทางร่วม
Changi Village bus interchange และนั่งเรือจาก
Changi Point Jetty ประมาณ 10 นาที
ราคาค่าเรือ SGD 2 ให้บริการตั้งแต่
6:00 - 11:00น.
Sentosa
Island
เกาะเซนโตซ่าเป็นเกาะที่มีบรรยากาศตรงกันข้ามกับในตัวเมืองสิงคโปร์อย่างสิ้นเชิง
เป็นที่รู้กันดีว่าที่นี่เป็นเกาะที่เงียบสงบ
เหมาะสำหรับทุกคน ตั้งแต่ครอบครัวไปจนถึงคู่ฮันนีมูน
และสำหรับผู้รอบรู้ในด้านประวัติศาสตร์ไปจนถึงผู้ที่รักธรรมชาติ
มีกิจกรรมต่างๆ ให้เลือกทำหลายอย่าง
ที่พลาดไม่ได้คือ Images of Singapore
ซึ่งเป็นการแสดงภาพชีวิตของสิงคโปร์ในยุคเริ่มแรก
ภาพการยอมแพ้ของญี่ปุ่นในช่วงใกล้สิ้นสงครามโลกครั้งที่สอง
และภาพเทศกาลรื่นเริง และประเพณีพื้นเมือง
Underwater
World นับเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย
จะพบกับปลาฉลาม ปลากระเบนยักษ์ ปลาไกลมอเรย์
และสัตว์น้ำอื่นๆ ได้อย่างใกล้ชิด
หรือจะเป็น Fort Siloso ซึ่งเรื่องราวในประวัติศาสตร์จะถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง
ในที่นี้จะมีการจัดแสดงหลุมหลบภัยปืนใหญ่
และทางเดินใต้ดินที่เคยใช้จริงสำหรับป้องกันการรุกรานเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่สอง
หากต้องการชมทิวทัศน์ของเส้นขอบฟ้าในสิงคโปร์และเกาะข้างเคียง
คุณควรไปที่ Merlion Tower และต้องไม่ลืมไปชม
Musical Fountain ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในยามกลางคืน
โดยมีการแสดงแสงสีตระการตา และน้ำพุเริงระบำไปกับเพลงยอดนิยม
ถ้ามีเวลาพอ ชมธรรมชาติหรือพบกับความสนุกที่
Fantasy Island สวนน้ำที่มีสไลเดอร์กว่า
30 ชิ้น หรือจะพักผ่อนโดยการทอดสายตาชมความงามของอ่าวที่
Central Beach คุณอาจใช้เวลาต่อเพื่อชมพระอาทิตย์ตกที่
Sunset Bay ก็ได้
เวลาเปิด : สถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะส่วนมากเปิดเวลา
9:00น.และ ปิดช่วงเวลา 19:00-22:00น.
ค่าเช้าชม : ค่าแรกเข้า SGD
5.00 (ผู้ใหญ่) และ SGD 3.00 (เด็ก)
ก่อนเวลา 18:30น. หลังจากนั้นราคา
SGD 3.00 (ผู้ใหญ่)และ SGD 1.80 (เด็ก)
และเก็บค่าเข้าชมตามแต่ละสถานที่ต่างหาก
เดินทางไปอย่างไร :
- โดย
Cable
Car เปิดบริการตั้งแต่
8:30 - 21:00น. ทุกวัน แบบกระเช้าธรรมดาราคา
SGD 8.50 (ผู้ใหญ่) SGD 3.90 (เด็ก)
แบบกระเช้ากระจกโดยรอบ ราคา SGD 15
(ผู้ใหญ่) SGD 8 (เด็ก) ราคาไม่รวมค่าเข้าเกาะ
Sentosa
- โดยรถโดยสารประจำทาง (Sentosa Bus
Services) : ราคาไปกลับต่อหัว SGD
3 ราคารวมค่าเข้า Sentosa ขึ้นรถได้ที่สถานีรถประจำทาง
World Trade Centre bus terminal
หรือที่สถานีรถไฟ MRT Tiong Bahru
(EW17) หรือ ถนน Orchard Road -
แผนผังเส้นทาง
MRT 
ข้อมูลเพิ่มเติม
: http://www.sentosa.com.sg
สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ
เมอร์ไลออน
(The Merlion)
ถือเป็นสัญลักษณ์ทางการท่องเที่ยวของประเทศสิงคโปร์
ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บริเวณ Park
ใกล้ๆ กับโรงแรม One Fullerton รูปปั้น
Merlion ที่มีอายุอานามกว่า 30 ปีนี้
เพิ่งจะได้รับการบูรณะและย้ายมาตั้งเด่นเป็นสง่าเมื่อวันที่
15 กันยายน 2002 นี้เอง โดยรูปปั้นครึ่งสิงโต
ครึ่งปลานี้ หันหน้าออกไปยังอ่าวมาริน่า
(Marina Bay) ที่มีทัศนียภาพที่สวยงาม
เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่จะต้องมาเก็บภาพ
และถ่ายภาพร่วมกับเจ้ารูปปั้นนี้
ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมากกว่า
1 ล้านคนเลยทีเดียวที่มาเยี่ยมชมสวนเมอร์ไลออน
(Merlion Park) และถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก
การออกแบบ The Merlion นี้ถูกผสมผสานระหว่างความจริงกับตำนาน
ซึ่งมีหัวเป็นสิงโตและลำตัวเป็นปลา
กำลังโต้คลื่น ส่วนหัวที่เป็นสิงโตนั้นเป็นสัญลักษณ์ของตำนานการค้นพบดินแดง
"สิงคปุระ" ตามตำนานเล่าขานของชาวมาเลย์
ส่วนลำตัวที่เป็นปลาแสดงถึงการเริ่มต้นของสิงคโปร์ที่เต็มไปด้วยหมู่บ้านชาวประมง
ในอดีตนั่นเอง
โรงละคร
เอสแปลเนด (Esplanade - Theatres
on the bay)
เป็นโรงละครที่มีลักษณะเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
ภายนอกนั้นถูกออกแบบมาให้คล้ายๆ กับเปลือกทุเรียน
มีความสวยงามในทางสถาปัตยกรรมอย่างยิ่ง
เอสแปลเนดตั้งอยู่ที่ Marina Bay
ซึ่งเป็นทำเลที่ดีเยี่ยม ล้อมรอบด้วยโรงแรมระดับ
world class ห้างร้านมากมาย รวมถึงภัตตาคารมากกว่า
300 แห่ง โรงละครแห่งนี้สร้างขึ้น
เพื่อเป็นศูนย์กลางการแสดงทางศิลปะมากมายหลายประเภท
มีบริการพาเที่ยวชมภายในทุกวัน
ในเวลา 11:00น. และ 14:00น. โดยใช้เวลาเที่ยวชมประมาณ
45 นาที ราคาต่อท่าน SGD 8 สามารถซื้อทัวร์ได้ที่
Esplanade Shop ชั้นหนึ่ง Esplanade
Mall หรือ Information Counter หรือ
Box Office
เดินทางไปอย่างไร : ลงรถไฟใต้ดิน
MRT ที่สถานี City Hall เดินตามทางใต้ดิน
City Link ไปอีก 10 นาที
ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.esplanade.com.sg
โรงแรมแรฟเฟิลส์ (Raffles Hotel)
เป็นโรงแรมที่ใหญ่โตโอ่อ่า
ซึ่งมีชื่อเสียงจากเสน่ห์และความสง่างามแห่งนี้
ได้รับการปรับปรุงให้เหมือนเมื่อครั้งยุคทศวรรษที่
1920 ที่นี่เคยเป็นบ้านพักแห่งหนึ่งจากจำนวน
20 แห่งแรก ที่อยู่บนถนน Beach และเป็นโรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดในสิงคโปร์
เคยให้การต้อนรับบุคคลที่มีชื่อเสียง
และนักเขียนชื่อดังหลายท่าน คุณยังจะได้ชมประวัติของโรงแรม
โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในพิพิธภัณฑ์
ซึ่งจัดแสดงของสะสมเกี่ยวกับโรงแรมตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง
นอกจากนี้ลองชิมบุฟเฟต์อาหารกลางวันที่
Tiffin Curry หรืออาหารค่ำที่ Tiffin
Room และอาหารบุฟเฟ่ต์ Bar& Billard
Room นอกจากนี้จิบคอกเทลได้ที่ Long
Bar ที่ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของคอกเทล
Singapore Sling เมื่อปี 2458
เคล็ดลับ : ถ้าคุณต้องการรับประทานอาหารค่ำที่
Raffles กรุณาจองที่นั่งไว้ล่วงหน้า
พิพิธภัณฑ์ของโรงแรมแรฟเฟิลส์ เปิดให้ชมตั้งแต่
10:00-19:00น.
ไปอย่างไร : ลงสถานีรถไฟใต้ดิน
MRT ที่ City Hall Station (EW13/NS25)
จากนั้นเดินไปตามถนน Beach Road -
แผนผังเส้นทาง
MRT 
Editor's
Note : เป็นโรงแรมหรูมาก
เข้าใจว่าราคาอาหารคงแพงมากๆ ครับ
สิงคโปร์
ดิสคัฟเวอรี่ เซ็นเตอร์ (Singapore
Discovery Centre)
ย้อนอดีตไปสู่ประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์
และก้าวไปกับความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี
ในขณะที่คุณเพลิดเพลินไปกับสถานที่น่าสนใจในแบบตอบโต้สองทาง
(Interactive) ส่วนที่พิเศษสุดก็คือเกมส์เสมือนจริง
และโรงหนัง iWERKS ซึ่งมีจอยักษ์
3 มิติสูง 5 ชั้น นอกจากนี้ยังมีเกมส์ยิงต่อสู้
และเครื่องจำลองสภาพแวดล้อมการเคลื่อนไหว
6-DOF (Degree of Freedom) และอื่นๆ
อีกเยอะแยะ
เวลาเปิด : 9:00-19:00น. (วันอังคารถึงศุกร์)
9:00-20:00น. (วันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดราชการ)
ค่าเข้าชม : SGD 9:00 (ผู้ใหญ่)
และ SGD 5.00 (เด็ก)
หมายเหตุ : อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับบางส่วนของ
Discovery Centre
ไปอย่างไร : ขึ้นรถไฟใต้ดิน
MRT ลงที่สถานี Boon Lay station
(EW27) แล้วต่อรถบัส SBS สาย 193
- แผนผังเส้นทาง
MRT 
ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.sdc.com.sg
แม่น้ำสิงคโปร์
(Singapore River)
แม่น้ำสิงคโปร์เป็นเสมือนเส้นเลือดหลักของคนสิงคโปร์
ที่ซึ่งบรรพบุรุษผู้อพยพหนีมาจากชีวิตที่ลำบาก
และได้เห็นสิงคโปร์เปลี่ยนจากหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ
ที่ไม่มีใครสนใจ กลายเป็นท่าเรือที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ
คุณสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศที่เงียบสงบริมแม่น้ำที่
Merlion Park ซึ่งตั้งอยู่ปากแม่น้ำ
หรือที่ Landing Site ของท่านแรฟเฟิล
ซึ่งอยู่หลังทำเนียบรัฐบาล หรือจะลองไปเยี่ยมชมมัสยิดที่เก่าแก่ที่สุดของเกาะ
คือมัสยิด Omar Kampong Melaka หรือวัดเต๋า
Tan Si Chong Su ที่น่าสนใจไม่น้อย
เมื่ออากาศเริ่มเย็นสบายขึ้นในตอนเย็น
คุณจะได้เพลิดเพลินกับเบียร์เย็นๆ
หรืออาหารมากมายที่บริเวณ Boat Quay
- โบท คี (อยู่ช่วงต้นของแม่น้ำ)
หรือที่ Clarke Quay (คล๊าก คี) ซึ่งอยู่ถัดมาเล็กน้อย
และเพลินกับการเดินชมร้านค้ามากมายที่ตั้งอยู่ตามโกดังเก่าที่ได้รับการบูรณะซ่อมแซม
หรือตามแผงข้างถนนเลียบแม่น้ำในบริเวณ
Clarke Quay
เวลาที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยว
: สำหรับการชมทัศนียภาพริมแม่น้ำควรจะไปตอนเช้า
และในตอนเย็นจะเป็นเวลาของอาหารมื้ออร่อย
หรือแวะที่ Boat Quey และ Clarke
Quey
ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.rivercruise.com.sg
ศูนย์วิทยาศาสตร์แห่งสิงคโปร์
(Singapore Science Centre)
สถานที่ที่มีการวางรูปแบบแห่งนี้ไม่ใช่เป็นที่สำหรับผู้ที่สนใจในวิทยาศาสตร์เท่านั้น
แต่เป็นที่สำหรับทุกคน ด้วยโรงหนังที่ใช้เทคโนโลยีก้าวหน้าสูงสุดแห่งหนึ่งของโลก
Omniplanetarium จึงสามารถฉายหนัง
Omnimax และ Planetarium ได้ หนัง
Omnimax ที่น่าตื่นเต้นนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องราวหลายรูปแบบ
ตั้งแต่ภูมิศาสตร์ อุตุนิยมวิทยาไปจนถึงเรื่องอากาศยาน
ดาราศาสตร์ และการผจญภัยเสมือนจริงด้วยเครื่องจำลองสภาพแวดล้อม
เวลาเปิด : 10:00-18:00น.
(วันอังคารถึงอาทิตย์ และวันหยุดราชการ)
ค่าเข้าชม : SGD 3.00 (ผู้ใหญ่)
และ SGD 1.50 (เด็ก)
ไปอย่างไร : นั่งรถไฟใต้ดิน
MRT ลงที่สถานี Jurong East (EW24/NS1)
จากนั้นนั่งรถบัส SBS สาย 335 หรือ
66.
ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.science.edu.sg
ลองลิ้มชิมอาหารและแหล่งช้อปปิ้ง