|

สำหรับเพื่อนๆ
ที่เดินทางไปต่างประเทศครั้งแรก คงมีความตื่นเต้นอยู่ไม่น้อยนะครับ
และหากต้องเดินทางไปคนเดียวแล้ว ยิ่งตื่นเต้นเป็นพิเศษเลยครับ
เพราะไม่รู้ว่าไปถึงสนามบินแล้วจะต้องทำอะไรบ้าง
และต้องเตรียมตัวอย่างไรดี ( สำหรับผู้ที่เดินทางเป็นหมู่คณะ
ก็จะไม่ค่อยซึมซับความรู้สึกนี่หรอกครับ
เพราะธุระทุกอย่างจะมีผู้นำทัวร์เป็นคนคอยจัดการให้ทั้งหมด)
เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า เพื่อนๆที่เดินทางไปต่างประเทศคนเดียวไม่ว่าจะเพราะเรื่องงาน
ท่องเที่ยว หรือนัดหมายไปเที่ยวกับเพื่อนที่อยู่เมืองนอก
สิ่งที่จะแนะนำต่อไปคือสิ่งที่คุณจะต้องจัดการเองแน่นอนครับ
สิ่งที่ต้องมี
Passport
ณ วันที่เดินทางต้องไม่หมดอายุ
และยังใช้ได้อย่างน้อยอีก 6 เดือนครับ พร้อมวีซ่า
สำหรับเข้าประเทศนั้นๆ (หากต้องมี)
ตั๋วโดยสาร
โดยปกติต้องมีทั้งไปและกลับ เพราะบางประเทศจะขอให้แสดงก่อนเข้าประเทศครับ
เพื่อเป็นการยืนยันว่า คุณกลับประเทศไทยแน่นอน
เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น
เงินบาท สำหรับไว้ชำระภาษีการใช้สนามบิน
700 บาท และบวกไว้สำหรับคนที่ไม่มีใครไปรับไปส่ง
ต้องมีนะครับ เพราะอย่างน้อยก็ต้องกะไว้พอสำหรับ
ค่า taxi จากบ้านไปสนามบิน และ จากสนามบินกลับมาบ้าน
เงินสกุลประเทศที่จะเดินทางไป
อาจจะไปแลกเอาที่ดอนเมืองก็ได้ครับ อย่างน้อยก็สำรองไว้
หากมีอันเป็นต้องพลัดหลง กับคนมารับที่ปลายทาง
หรือไว้สำหรับซื้อของกินระหว่างรอหรือพักเปลี่ยนเครื่อง
ทั้งสี่ข้อนี่เป็นสิ่งจำเป็นนะครับ
ต้องเอาไปให้ครบ หากไม่แน่ใจกลัวจะลืม เพื่อนๆก็สามารถ
ดาวน์โหลด
ใบกันลืม (สำหรับ
Microsoft Word) และใบกันลืม (สำหรับ Acrobat
Reader) ของเราไปใช้ได้นะครับ
เอาเป็นว่าตอนนี้
คุณพร้อมจะเดินทางออกจากบ้านแล้ว เราขอแนะนำว่า
หากครั้งนี้เป็นการเดินทางไปเมืองนอกครั้งแรกของคุณจริงๆ
คุณควรจะกะเวลาให้ไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิ
โดยอย่างน้อยคุณยังมีเวลา 2 ชั่วโมงก่อนเครื่องขึ้น
เพราะว่า
มีเวลาสำหรับตรวจตราเอกสาร
มีเวลาเข้าคิว เช็คอิน และรับบัตรขึ้นเครื่อง
(Check-in)
มีเวลาผ่านด่านตรวจคนเข้าออกจากประเทศไทย
มีเวลาแลกเงิน
มีเวลาร่ำลา หรือโทรศัพท์หาเพื่อนๆ
มีเวลาเดินสำรวจร้านค้าปลอดภาษี
สำหรับขาช้อบปิ้ง
มีเวลาเข้าห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัวสำหรับคนที่มักจะตื่นเต้นง่าย
สุดท้ายมีเวลาเดินหาประตูขึ้นเครื่อง (โดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิที่กว้างใหญ่)
เมื่อเดินทางถึงสนามบิน
และอาคารผู้โดยสารขาออกแล้ว ภายในอาคารนั้นคุณก็จะเห็นแถวเรียงรายเต็มไปหมด
และมีการลำดับด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษเช่น เคาเตอร์ A, B, C, D ฯลฯ พร้อมสัญลักษณ์ของสายการบินต่างๆ
บริเวณแถวเหล่านี้มีไว้ สำหรับการตรวจตั๋วโดยสารครับและรับบัตรสำหรับขึ้นเครื่อง
อธิบายได้ดังนี้ครับ คือเจ้าตั๋วโดยสารที่เรามีอยู่นี้
ยังไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ทันที คุณจะต้องไปให้เจ้าหน้าที่แต่ละสายการบินตรวจและออกบัตรให้อีกหนึ่งใบ
(ต่อหนึ่งคน) เรียกว่าบัตรขึ้นเครื่อง (
boarding pass) ครับ เจ้าบัตรนี้แหล่ะจะบอกเราว่าต้องไปขึ้นเครื่องที่ประตูไหน
นั่งแถวที่เท่าใด และเก้าอี้ตัวไหน (ติดหน้าต่าง
ติดทางเดิน หรือตรงกลาง) ที่ตรงนี้นอกจากคุณจะต้องตรวจรับบัตรขึ้นเครื่องแล้ว
ยังเป็นที่ x-ray ที่จะฝากสายการบินไปเก็บที่ใต้ท้องเครื่องบินก็จะอยู่บริเวณทางเข้าเลยละครับ
หากคุณตาลายว่าจะต้องไปที่เคาเตอร์ไหน คุณสามารถตรวจสอบได้จากจอมอนิเตอร์ที่ติดตั้งกระจายอยู่ว่า สายการบินที่คุณจะเดินทาง และเที่ยวบินที่คุณต้องโดยสาร ตั้งอยู่ที่เคาเตอร์ที่เท่าไหร่ จากนั้นก็มองหาเคาเตอร์ตามหมายเลขที่ระบุไว้บนจอ และเดินเข้าไปได้เลยครับ
ก่อนที่จะเริ่มเช็คอิน คุณเองก็ควรจะเช็คให้ดีก่อนนะครับว่า
มีสิ่งใดที่คุณจำเป็นต้องใช้ระหว่างเดินทาง
เพราะเมื่อส่งกระเป๋าสัมภาระ ของคุณเข้าไปแล้ว
ก็จะไม่สามารถรื้อหรือหยิบของของคุณได้อีก
ก็ให้เลือกของที่จำเป็นต้องใช้ขณะอยู่บนเครื่องเช่น
ยาประจำตัว แยกมาใส่กระเป๋าเล็กติดตัวนะครับ
หรืออาจจะหนังสืออ่านเล่นซักสองสามเล่น
เอาไว้แก้เซ็งครับ และสำหรับคนขี้หนาว ติดแจ็คเก็ตบางๆ ไปด้วย สำรองไว้หากผ้าห่มบนเครื่องกันหนาวให้คุณไม่ได้มากนัก สำหรับเป้หรือกระเป๋าใบเล็กที่จะนำติดตัวไปกับคุณ สายการบินเกือบทุกสายจะกำหนดน้ำหนักและขนาดเอาไว้ชัดเจน (ส่วนใหญ่จะไม่เกินคนละ 7 กิโลกรัม) ให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ ที่เคาเตอร์เช็คอินอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าไม่โดนกักกระเป๋าที่หน้าเครื่องนะครับ จะหงุดหงิดเสียเวลาเอาเปล่าๆ
เมื่อพร้อมแล้วก็นำกระเป๋าไปเข้าคิวตามเคาน์เตอร์ได้เลยครับ
โดยปกติแล้ว สายการบินจะเปิดเคาน์เตอร์ให้เช็คอินได้
มากกว่า 1 แถว ก็เลือกเอาตามใจชอบ แต่ก็ต้องดูนะครับเพราะบางแถวจะจัดให้สำหรับ
แต่ละชั้นที่นั่งของตั๋วที่เราซื้อมา เมื่อถึงคิวที่เรา
ก็ให้ยกกระเป๋าที่ต้องการโหลดไปใต้เครื่องวางบนสายพานสำหรับชั่งน้ำหนัก พร้อมยื่นเอกสารดังนี้คือ passport และตั๋วโดยสาร
(ถ้ามีหมายเลขสมาชิกสายการบินที่มีการสะสมไมล์เพื่อแลกตั๋วรางวัลเช่น
Royal Orchid Plus ของการบินไทย ก็ให้แสดงด้วย) เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่จะคืนเอกสารทั้งหมดมาให้
พร้อมกับบัตรขึ้นเครื่อง
( boarding pass) "ให้คุณขอใบผ่านเข้าออกประเทศไทย
(immigration card)" มาด้วย จากนั้นก็ตรวจเช็คทุกอย่างอีกครั้งว่า
เป็นชื่อคุณถูกต้องแล้ว ก็ออกจากแถวมาได้เลย
หลังจากนั้นก็ให้กรอกใบผ่านเข้าออกจากเมืองที่ได้มาให้เรียบร้อย
ทั้งขาเข้าและขาออก ถึงเวลานี้แล้ว ให้ลองเช็คเวลาซักนิดว่าเหลือเวลา สักเท่าไหร่
ถ้ามากกว่าหนึ่งชั่วโมง ก็อนุญาตให้คุณไปทำธุระตามที่คุณต้องการ
แต่อย่าทำเอกสารหายนะครับ และคอยตรวจสอบเวลาด้วย
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราแนะนำว่าคุณควรไปถึงที่หน้าประตูสำหรับผู้โดยสารขาออกประมาณ
1 ชั่วโมงก่อนเวลาเครื่องออกครับ เพราะคุญยังต้องผ่านการตรวจเอกสารอื่นๆ
อีก บนบัตรขึ้นเครื่องที่ได้รับจากเคาเตอร์มา จะมีเวลา "Boarding Time" หรือเวลาขึ้นเครื่องไว้ให้ ก็ควรจะไปถึงก่อนนะครับ
ถึงตรงนี้
เราคาดว่าคุณคงมาถึงหน้าประตูทางเข้าสำหรับผู้โดยสารขาออกแล้ว ซึ่งก็จะอยู่ด้านในจากบริเวณแถว
ที่คุณไปรับบัตรขึ้นเครื่องมานั่นละครับ
ที่หน้าประตูนี้จะมีตู้ขายตั๋วภาษีสนามบิน
มีทั้งแบบซื้อกับตู้อัตโนมัติ หรือจะซื้อกับเจ้าหน้าที่ก็ได้
เมื่อซื้อแล้ว คุณก็ยื่นตั๋วภาษีสนามบินพร้อม
แสดงเอกสารต่างๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ ต.ม. ตรงประตูทางเข้า
จากนั้นคุณก็เดินผ่านไปได้เลย เมื่อเดินเข้าไป
จะเห็นแถวตรวจเช็คหนังสือเดินทาง และใบผ่านเข้าออกเมือง
ที่คุณได้กรอกไปแล้วนั่นละครับ สำหรับคนไทยจะเข้าแถวไหนก็ได้ครับเหมือนกันหมด
ส่วนเอกสารที่จะต้องยื่นให้กับเจ้าหน้าที่คือ
1. passport
2. ใบผ่านเข้าออกเมือง
3. และบัตรขึ้นเครื่อง
เจ้าหน้าที่จะฉีกใบออกจากเมืองเก็บไว้
และคืน passport พร้อมใบเข้าเมือง(ที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง)
กลับมาให้เรา (โดยปกติเจ้าหน้าที่ไทยจะเย็บติดไว้ในpassport
เลยเพื่อกันหาย คุณก็อย่าทำหายเสียเองละ
เพราะเวลากลับมาคุณต้องใช้ใบนี้อีกครั้ง)
เมื่อรับเอกสารคืนมาแล้ว ก็ให้เดินผ่านเข้าไปประตูที่อยู่ด้านหลังเจ้าหน้าที่เลยครับ
ข้างในก็จะเป็นบริเวณสำหรับผู้โดยสารขาออกทั้งหมด
สำหรับรอที่จะขึ้นเครื่อง จะมีที่ให้คุณ
shopping อย่างมากมาย หรือจะหาอะไรรับประทาน
เข้าห้องน้ำห้องท่า แต่ก่อนอื่น ลองดูนาฬิกาอีกครั้งครับ
ว่ากี่โมงแล้วมีเวลาเหลือเท่าไร พร้อมสังเกตป้ายแสดงเลขที่ประตูขึ้นเครื่องว่าชี้ไปทางไหนไกลหรือเปล่า
ทั้งนี้ คุณสามารถตรวจเช็คหมายเลขประตูขึ้นเครื่องของเที่ยวบินคุณได้
จากจอแสดงเที่ยวบิน ซึ่งจะกระจายอยู่บริเวณห้องโถงผู้โดยสารขาออก
อีกด้วย อย่างไรก็ตามเราแนะนำว่าคุณควรไปถึงหน้าประตูก่อนเครื่องขึ้นอย่างน้อย
30 นาที ถ้าคุณมีเวลาพอ ก็ทำธุระหรือ
shopping ได้ตามสบายครับ ณ บริเวณนี้ร้านค้าจะเป็นร้านค้าปลอดภาษี
ราคาก็ลองตรวจเช็คกันเองนะครับ ขณะที่ซื้อของ
หรือทำธุระต่างๆ ก็ให้คอยฟังประกาศเรียกขึ้นเครื่องด้วยนะครับ
อย่า shop เพลิน
เมื่อถึงเวลาแล้วก็เดินไปที่ประตูได้เลย
ที่บริเวณประตูแต่ละหมายเลขจะมีเจ้าหน้าที่ตรวจบัตรขึ้นเครื่อง
พร้อม passport และ x-ray กระเป๋าที่คุณถือขึ้นเครื่อง
และตรวจเช็ควัตถุที่สงสัยว่าเป็นอาวุธ หรือที่ห้ามนำขึ้นเครื่อง
เสร็จแล้วก็ผ่านไปนั่งรอในห้องรอขึ้นเครื่องได้เลยครับ
ตรงนี้คุณก็ต้องแสดงบัตรขึ้นเครื่อง
(boarding pass) แก่เจ้าหน้าที่สายการบินอีกครั้งครับ
และคุณได้ผ่านทุกขั้นตอนมาจนเสร็จสิ้นแล้ว
เหลือเพียงแต่รอเจ้าหน้าที่ประกาศให้ขึ้นเครื่องเท่านั้น
เมื่อเข้าไปในเครื่องก็จัดเก็บกระเป๋าให้เรียบร้อย
หากคุณต้องเดินทางไกลมาก และมีของต้องใช้
เช่นยาที่จะต้องรับประทาน ก็ควรจะเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกางเกงนะครับ
จะได้ไม่ต้องลุกขึ้นรื้อกระเป๋าให้เป็นที่วุ่นวายผู้โดยสารท่านอื่นๆ
นอกนั้นก็ควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของสายการบินที่คุณเลือกใช้บริการนะครับ
เราขอให้คุณมีความสุขกับการเดินทาง และ
ท่องเที่ยว ตลอดการเดินทาง และ เดินทางโดยสวัสดิภาพครับ

กลับไปสู่หน้าหลัก
- Travel Tip
|